วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558

Backpack to Laos ( VangVieng ) With My sis and Friend ( วันเดินทางกลับ : 3 )








วันนี้เป็นวันเดินทางกลับ
วันสุดท้ายที่อยู่ที่นี่
เราตื่นกันสาย
เกือบหมดเวลาอาหารเช้า
11 โมงเช้า
พุ่มต้องสั่งไว้ให้น้องๆด้วย



หม่ำอาหารเช้าเเบบลาว
คือมีอะไรจับยัดใส่ขนมปังให้หมด


คือมลฝังใจกับการถ่ายรูปบนสะพานมาก
เลยพยายามถ่ายให้ได้
ก่อนกลับ
 

เรายังมีเวลาเหลืออยู่ 
เพราะรถจะมารับตอน 13:30 น
เราเลยตัดสินใจเดินไปถ้ำจัง
เพราะการที่มลอ่านรีวิวจาพันทิปอีกนั้นเเหละ
ว่าเดินไปไม่ไกล
เราเลยตัดสินใจเดินไปกัน
โดยถามทางจากร้านขายของที่ระลึก
เขาบอกเดินตรงไปซื่อๆๆ...ออกเเนวงงๆนิสๆเเต่เดินไก็ถามทางไปด้วยเหมือนเดิม



มันก็ไม่ไกลมากนะ
ประมาณ 2 โล
เดินเหนื่อยอยู๋
ทางเดินเข้าไปพอเเยกจากตัวหมู่บ้าน็ใช้ได้เลย
55
ทางเข้าเป็นรีสอร์ทต้องเสียค่าเข้าคนล่ะ 15 บาท
พอเสียค่าเข้าไปแล้ว
เเล้วไปเสียหลังจากข้ามสะพานเพื่อเข้าไปในถ้ำอีกรอบ
น่าจะประมาณ 45 บาทต่อคน
อันนี้ไม่เเน่ใจนะ



วิวสวยๆจากสะพาน


คนสวยๆบนสะพาน


ทางเดินขึ้นไปในถ้ำ
ชันพอสัมควรเดินเหนื่อยอะที่รู้
พอเดินขึ้นไปปากทางจะมีคนลาวนั่งคอยถ่ายรูปให้
พร้อมเก้าอี้ที่ตรงตรงกลางทางเข้า


พอเดินเข้าไปในถ้ำ
สวยเลยทีเดียว
ทำเเนวทางเดินเพื่อความปลอดภัย
ดีมาก
ระหว่างทางก็มีไฟคอยส่องแสงตลอด
 


วิวบนถ้ำ



ถ่ายรูปหมู่บ้าง

 

ที่นั้นมีพระให้ไหว้ อยู่ 2 แห่ง
ในถ้ำและลงมาจากถ้ำ
ยากมากที่จะให้น้องๆมานั่งกราบไหว้พระ
ขนาดพาไปถึงที่ยังไม่ค่อยอยากจะไหว้พระกันเลย
 


ทางเดินที่ชัน


มลไม่พอใจรูปที่ถ่าย
เลยขอถ่ายใหม่ขากลับอีกรอบ



มลกับปอ



คือโชคดีมาก
ตรงที่ขากลับ
เหลือเวลาประมาณ 10 นาที
ที่ต้องเดินจากถ้ำจังไปที่รถ
มันไม่ทันไง
ที่บอกโชคดีคือมีคนมาส่งผู้โดยสารพอดี
เราเลยเหมาเขาออกมา
เลยไปทันเวลา
ไม่งั้นตกรถเเน่


ขากลับเรานั่งรถเมล์เล็ก
คนในรถมีเเต่ฝรั่งกับเกาหลี


ได้ของที่ระลึกกลับมาเป็นสร้อยข้อมือคนละอัน
ที่จริงจะมาซื้อตอนขากลับให้เพื่อนๆด้วย
เเต่ไม่ทันเวลาเลยไม่ได้ซื้อ
อยากได้เก็บไว้ว่าเป็นทริบเเรกที่เดินทางเอง



เนื่องด้วยปอลืมของบนรถตอนขามา
เลยพยายามเดินหาคิวรถ
ที่ตอนเรานั่งมา
โดยใช้กูเกิ้ลเเมม
เเล้วเราก็เดินเเบบงงๆ
เเต่ก็เจอจนได้
เเต่ก็ไม่ได้ของคืน



หลังจากนั้นเราก็เลยพยายามหาตุกตุ๊ก
ไปสะพานมิตรภาพไทยลาว
เราเหลือเงินอยู่ 8 หมื่นกว่า กีบ
เเต่คนขับขอ แสนกีบ กับ 3 คน
เราบอกเรามีเเค่นี้ไปให้ได้ไหม
เขาก็โอเค



สภาพรองเท้าพุ่ม
คือไม่ไหวเเล้ว
เเต่เนื่องด้วยจะกลับอยู่เเล้วก็เลยใส่ไปก่อนละกัน
พุ่มเอารองเท้าไป 2 คู่
พังทั้ง 2 คู่เลย
ของมลก็พัง
จนต้องเอารองเท้าเเตะปอมาใส่



สรุปเราก็เดินทางมาถึงหนองคาย
เราตัดสินใจจะกลับรถทัวร์
เพราะยังมีเวลาอยู่
ค่ารถอยู่ที่ 500 กว่าบาท
มีที่ชาร์ทเเบตและหนัง ทีวี เกมส์ เพลงให้ ฟัง
เรามารถเที่ยวสุดท้ายพอดี 
เเละ 3 ที่สุดท้ายพอดี
คือ รอบทุ่มครึ่ง
ถึง กทม ตอนตี 5 ครึ่ง
และเเล้วก็จบทริบลาว 
24 - 28 มีนาคม
ไปด้วยความสนุกและความทรงจำที่ดี
ถึงการเดินทางครั้งนี้พุ่มจะไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมากมายก็เถอะ

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

Backpack to Laos ( VangVieng ) With My sis and Friend ( 2 )

วันนี้เราตื่นกันเเต่เช้า
พุ่มตื่นก่อน
แล้วปลุกน้องๆ



ข้างนอกวิวสวยมาก
มีเสียงนก เสียงไก่
เสียงน้ำไหล
แบบว่าตื่นมาทามกลางธรรมชาติเลยทีเดียว


 

พุ่มอาบน้ำเสร็จก็ออกมายืนถ่ายรูปเล่น
อากาศค่อนข้างเย็น



ผู้คน นักท่องเที่ยวเริ่มออกมาเดินกันค่อนข้างหน้าตา



อันนี้เป็นห้องที่พุ่มพัก
หันหน้าเข้าเเม่น้ำ
ถึงแม้จะอยู่กลางเเม่น้ำอยู่แล้วก็เถอะ




ชุดอาหารเช้าก็มีให้เลือก 2 แบบ



ที่นั่ง
ก็เป็นนั่งกับเบาะ



หม่ำเสร็จก็ได้เวลา
ไปที่บริษัทที่จะนำเที่ยว
เพราะว่าไม่อยากสาย
เขาว่าคนไทยสายเสมอจริงไหม? ก็ไม่นะ




ท้องฟ้าปลอดโปร่งมาก


พุ่มใช้บริการของบริษัทนี่
เพราะว่าเท่าที่เทียบราคาแล้ว
ที่นี่ราคาถูกกว่าที่อื่น




พอขึ้นรถก็จะมีการเขียน
ว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวแบบไหน N NB NT อะไรประมาณนี่



ก่อนออกเดินทางเราก็ต้องทาครีมกันเเดดกันใช่ไหม
น้องๆไม่ได้ทาเลยเอามาเผื่อ


เรานั่งรถไปจากตัวเมืองวังเวียงประมาณ
20 นาทีก็ไปจอดอยู่ตรงท่าน้ำ



พี่ไกด์วันนี้ของกลุ่มพุ่มชื่อขัน
จะบอกว่าคนที่เดินทางไปในทริปเราครั้งนี้ 9 คน
มีแต่ผู้หญิงเกาหลี
พูดอะไรกันฟังไม่รู้เรื่อง
อารมณ์เจอคนจากประเทศตัวเองในต่างแดด
โม้กันใหญ่



สะพานข้ามเป็นไม้ไปยังฝั่งหมู่บ้าน
ก็มีทริปอื่นมาสมทบกันเยอะพอสมควร



ดูจากรถที่บันทุกเรือมาจอด
ฝั่งสะพาน 2 ฝั่งก่อนเดินข้ามสะพาน



อันนี้ยืนรอมลไปเอาเเบตกล้อง
มีเรื่องตลกคนมลไปหารถผิดคันทั้งที่อุส่าบอกแล้วคันไหน
ขำกันใหญ่เลยย



ตอนแรกออกแนวงงๆ
เดินเข้าไปในหมู่บ้านทำไม


เลยหมู่บ้านเป็นทุ่งนา


โชคดีที่อากาศเย็น
เลยเดินสบาย
ถ่ายรูปไป
เดินไป
พุ่มกับมล
เดินกันสุดท้ายตามด้วยพี่ไกด์ที่เดินตาม แต่คนอื่นๆนำไปก่อนไกลมาก
พวกพุ่มก็รวมกับกลุ่มอื่นอยู่



พอไปถึงก็เป็นกระท่อมเล็กๆจัดไว้หลายส่วน
เพื่อสำรองนักท่องเที่ยว
และเเจกอุปกรณ์ต่างๆ
มีถุงกันน้ำให้ด้วย



ระหว่างรอกรุ๊บอื่น
ก็เดินถ่ายรูปเล่น
เห็นคนเกาหลีถ่ายทุกช็อตเเล้วนะ
เจอพวหพุ่มเก็บทุกที่ทุกกิริยา
คนเกาหลีอาย
555


พี่สาวน้องสาว



ยังไม่เปียกก็ถ่ายไป
ยังสวยอยู่


ได้เวลาเข้าถ้ำ
เเจกห่วงยาง
และไฟติดหัว



ถ่ายกันเองไม่พอต้องรบกวนคนอื่นถ่ายรูปให้ด้วย



คือว่าห่วงยางมันไม่ลอย
มันติดหิน
เพราะพุ่มตัวหนัก
ไป
555


ได้เวลาเข้าถ้ำเเล้ว



คือว่ามันต้องสาวเชือกตลอดทาง
แล้วเจอกกรุ๊บอื่นที่แบ่งทยอยเข้ามาทีละกรุ๊บ
กี๊ดกร๊าดตีน้ำ สนุกสนาน
และหนาวไปตามๆๆกัน



พอออกมาสภาพอย่างที่เห็นน้องเขายังสวยอยู่


พี่ไกด์ให้เราเดินถ่ายรูปเล่นเข้าห้องน้ำ
ระหว่างรออาหารกลางวัน
โดยที่อาหารกลางวันเรา
เป็นบาร์บิคิว ข้าวผัด ขนมปัง กล้วย
ดูเหมือนจะไม่อร่อย
เเต่บาร์บิคิวอร่อยมากก
มันเขากันทุกอย่างแบบลงตัวแบบเเปลกๆ
555
สรุปไม่รู้ว่าเป็นเพราะหิวหรือปล่าว



มันอร่อยจริงๆนะ



ทั้งอร่อยเเละหนาว
คือตอนเเรกไม่เท่าไร
พอขึ้นรถนักท่องเที่ยวเกาหลีเข้าเตรียมเสือเเขนยาว
เตรียวผ้าขนหนูมากันด้วย
คือเเบบว่าไม่คิดถึงตรงนี้
แล้วฝนตกปอยๆอีกตั้งหาก




เรานั่งกินกันเป็นกรุ๊บ



พอกินเสร็จพี่ไกด์บอกไปทานกาแฟ
หรือผิงไฟกันก็ได้นะ
อากาศหนาวๆเเบบนี้



เราก็เลยเดินเล่น
ที่นี่จะทำเป็นที่นั่งมุงหลังคาเล็กๆกระจายกันไป
แถมยังมีทั้งไก่ ทั้งวัว
นี่น่าจะเป็นวัวเผือกปะ


กลุ่มนักท่องเที่ยวเกาหลี
ผิงไฟกันใหญ่



คือไม่อยากไปแย่งเขา
เลยไอยู่กองใกล้ๆกัน
เเต่อยู่ดีๆ
ฝนตกลงเม็ดใหญ่มากกว่าเดิม
เลยต้องย้าย



ไปกองไฟอันอื่น



พอเริ่มอุ่น
เราก็ออกมาถ่ายรูปหน้าทางเข้ากัน



สาววสาวเมืองไทยหนีเที่ยวค่ะ


สถานที่ต่อไป
เราไปต่อที่ถ้ำช้าง
พี่ไกด์บอกมันไม่มีอะไร
ก็เเค่ช้างตัวเดียว
ขำกันใหญ่

 

ตอนเดินออก
เนื่องด้วยฝนลงเม็ด
ทางเดินเป็นคันนา
ก็ต้องระวังพอสมควร



ระหว่างทางเจอฝนตกหนักมาก
หลังจากขึ้นรถไม่ถึง 5 นาที
ไปต่อที่ล่องเเก่ง
มีการสาทิตการพายเรือคายักก่อนลง



เขาฟังพี่ไกด์อธิบายกัน
พวกพุ่มถ่ายรูปเล่น




เเละยังรบกวนให้คนอื่นถ่ายใ้ด้วย


ที่มองไปทางเดียวกันเพราะว่า
พี่ไกด์เตรียมทยอยให้ทุกคนลงเรือ
คนที่ลงก่อนพายไปก่อนพี่ไกด์เลยตะโกนว่า
ยังไม่ไปนะไปพร้อมกัน
ก็เลยลุ้น 2 คนนั้นพายกลับมา



นานๆจะมีรูป 3 คน


เหมือนน้องเขาถ่ายรูปไหนก็สวยไปหมดเลยอ่ะ


พุ่มได้ไปกับพี่ไกด์อีกคนน่าจะเป็นผู้ช่วยมากกว่า
เขาเเบ่งคนคอยดูแล 3 คน
เเล้วมีเรือรำหนึ่งพายติดตลอด
พวกพุ่มเลยต้องคอยตาม
พุ่มก็เลยไปๆหยุด
บังเอินมีกลุ่นนักท่องเที่ยวลอยห่วงยางผ่าน
เลยยกมือถือถ่ายรูป
เขาก็บอกเพื่อนเขา ว่าเราจะถ่ายรูปหันหากล้องหน่อย
น่ารักจัง



เเล้วก็มาเเวะ่บาร์กลางนัำ
น่าจะบ่งบอกว่าเราผ่านมาครึ่งทางเเล้วนะ



บรรยากาศดี
แถมเเสงสวยภาพสวยอีกด้วย


ก็มีบาร์ 2 ที่นะที่เห็น
บาร์เเรกฝรั่งเยอะเเยะ
ครึกครื่นเชียว


พวกพุ่มเเวะบาร์ที่ 2
มีแต่เกาหลี
555



ทุกคนพอขึ้นมาก็ยืนผิงไฟใต้ต้นไม้ตามเคย
เพราะฝนลงเม็ดปอยๆ


มลกับปอหิว
เลยสังเเซนวิชกิน
คือจริงๆถ่ายเป็น วีดีโอวิธีการทำไว้
เเต่เน็ตตัด
มันเลยหายไปหมดเลย
เสียดายมาก


เห็นเเบบนี้
อร่อยมากเลย



พอเราไปต่อ
ก็มาถึงเเถวที่พักพุ่ม
เราก็จะหยุดเรือเลยไปหน่อย
เเล้วต่อรถไป บูลลากูล


พี่ไกด์พุ่มเเกล้งนักท่องเที่ยวเกาหลี
จริงๆเราเล่นกันเเบบนี้ระหว่างทาง
กันมาพักหนึ่ง
สนุกดี



ที่จอดเรือ


พอจอดเรือเสร็จเราก็ต่อรถไปบูลลากูลกัน
ตอนเเรกมลอ่ายรีวิวมา
บอกจะเดินไป
7 กิโล
พุ่มว่าไม่เดินอะดีเเล้ว



เเต่ก็มีนักท่องเที่ยวเดินกันเป็นพักๆ



บางก็ขับรถ
พุ่มอยากขับมากเลย
เสียดายไม่มีเวลา


บางก็ปั่นจักรยาน
เเละเด็กลาวกำลังกลับบ้านจากเลิกเรียนด้วย



บรรยายกาศดีมาก
กับคนขับคนที่เเรงมากด้วย



เราไปถึงบูลลากูล
ตอนเเรกก็มีรถจอดเยอะพอสมควร
นักท่องเที่ยวก็เยอะพอสมควร
เมือเทียบกับสถานที่เเล้ว
เเต่เป็นสถานที่ที่เล็กและสวยมาก




กิจกรรมที่ทำกัน
ก็คือโดดน้ำกับนั่งชิงช้า




ตอนเเรกก็เริ่มจากมล กับ ปอ
มีคนลาวยืนอยู่หลังพุ่มเเล้วนินทามลกับปอ
ว่ากล้าไหมอย่างนั้นนี่ขำกันใหญ่
พอโดดเสร็มลตะโกนบอกพุ่มเธอเอามั้งซิ
พวกคนลาว หน้าเสียกันเลย
ว่าพุ่มฟังภาษาลาวออก
เพราะเขานึกว่าเกาหลีกัน
555



ต้นไม้ต้นเดียวทำให้เกิดกิจกรรมได้หลากหลาย
เพราะที่นี่เเบ่งให้กระโดด 2 ชั้น เตี้ยกับสูง
เหมือนไม่สูงนะ
เเต่พอขึ้นไป จะรู้ว่าสูงมาก
มีบางคนขึ้นไปแล้วไม่กล้ากระโดดด้วย



นั่งดูคนอื่นกระโดด
เพราะตอนที่คุณจะกระโดด
เป้าสายตาของทุกคนที่อยู่ที่บูลลากูล
จะมองมาที่ท่าน
นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เขิล
เรากลับก่อนเวลา 20 นาที
เพราะเกาหลีที่มากับเราเขาไม่เล่นน้ำกัน
มีเเต่พวกพุ่ม
และให้เวลา 1.30 น
ที่นี่มันไม่มีอะไรทำ
เเละมันหนาวมาก
คือตลกต้องที่จะผลัดกันถ่ายวีดีโอ แล้ว ใช้เวลามากเพราะมือสั่น
กันเเบบ
ไม่ไหวแล้ว
แต่คนเกาหลีเห็นพวกเราหนาวมากจนสั่น
เลยเอาผ้าเช็ดตัวมาให้
ขนาดไม่ลงน้ำมันก็เย็นเเล้วนะ
ยิ่งลงในน้ำที่เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติจากเขาอีก
เเบบว่าสุดๆ



จากนั้นเราก็กลับที่พัก
ก็ 6 โมงกว่าได้
มีนักท่องเที่ยวขึ้นรถมารวมด้วยจากกลุ่มอื่นเป็นฝรั่ง
เขาก็พูดนินทาประเทศไทยทั้งดีไม่ดี
พวกพุ่มก็นั่งฟังไปมา
เเบบไม่รู้ว่าเรามาจากไทย
เพราะกลุ่มพุ่มเป็นเกาหลีหมดเขาคุยเกาหลีด้วย
เลยทนไม่ได้เลยชวนเกาหลีคุยมั้ง
พอบกว่าเป็นคนไทยเท่านั้นเเหละ
ฝรั่งที่กำลังนินทาประเทศไทยหยุดเลย
เพราะเราคุยภาษาอังกฤษกัน
เเบบว่าคงคิดว่า เเย่เเล้วคนไทยนี่หว่า เเล้วฟังพวกเขาคุยรู้เรื่องด้วย
สรุป เงียบเเล้วนั่งฟังพวกพุ่มคุยเเทน

 


พอถึงที่พักอาบน้ำ
เเล้วออกมาหาอะไรกินกัน
เดินวนกันไม่รู้จะกินอะไร
เเบบจริงๆอยากสำรวจเมืองด้วย
เเต่ด้วยเหนื่อย
เลยว่าจะกินเฝอเพราะมลอยากกิน
เดินมาก็ใกล้ๆร้านไก่ที่เรากินกันตอนเเรก



เราก็ไปดูเที่ยวรถที่จะเดินทางกลับ บ้านพรุ่งนี้
ตอนเเรกเราคิดว่าจะอยู่ต่ออีกคนดีไหม
เพราะเรายังไม่ได้สำรวจเมืองสักเท่าไรเลย
ยังมีที่ไม่ได้ไปอีก
บอลลูก็ยังไม่ได้ไปดู
ถ้ำจังด้วย
พุ่มอยากรับรถ ไม่ก็ปั่นจักยานด้วย
เเต่จะบอกว่าพุ่มไม่ได้ดูหรือช่วยคิดโปรแกรมเลย
เพราะเป็นทริปของมล
จริงๆมลอยากมาคนเดียวเเต่อันตรายไปสำหรับผู้หญิงคนเดียวที่เดินทางเเบบนี้
มลเลยบอกว่าพุ่มห้ามบ่นห้ามอะไรทั้งสิน
มลตัดสินใจเองหมด
เราก็เเบบอะเค ตามใจน้อง
น้องกำลังเเย่ จริงหรือปล่าวไม่รู้
 


กินข้าวจองรถเสร็จ
เราก็จองที่เดิม
หลังจากเดินสำรวจราคาจากร้านอื่นๆเเล้วด้วยช่นกัน
บริการดีเเล้วราคาถูกชอบ
เราก็กลับมา
ที่ซากุระบาร์
มาดื่ฟรีตามเคย
กลับคืนสุดท้าย


เรามาเร็วไปหน่อย 20.20 น
คนเลยยังไม่ค่อยเลย
เราเลยไปเล่นเกมเบียร์ปิงปอง
คือโยนปิงปองลงเเก้ว
เเต่ละลูกลงฝั่งนั้นกิน




ที่รู้ๆ พุ่มโยนลง
ไปหลายใบเยอะกว่าเพื่อน 5 ใบได้
จากหลายรอบ
เเต่พุ่มกินมมากกว่า 5 เเก้วเช่นัน




เราได้เพื่อนใหญ่
เป็นเด็กอังกฤษ
เคยมาไทยเเล้ว
มาเที่ยว เอเชีย 4 เดือน
มีสาวอังกฤษมาเล่นด้วย



คือคุยไปคุยมาอายุ 20 - 21
น้อยไปนะ
เเต่ที่รู้ๆคนกลางของพุ่มชื่อเเซม
5555
คือมันมีคนลาวคอยเดินตามตื้อปอกับมล
พุ่มให้พวกนี่เป็นนบอร์ดี้การ์ดให้
เวลาไปไหน
เขาเลยคอยกันให้ตลอด
น่ารักที่สุด
ที่รู้เรากลับกันดึกพอสมควรแล้ว
ตื่มไปเยอะ
เมาเเบบพอรู้ตัวไม่มาก
เพราะต้องพาน้องๆกลับไปนอน
เป็นวันเที่ยวทั้งวันที่เพลียเเต่สนุกมากก