วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558

Backpack to Laos ( VangVieng ) With My sis and Friend ( วันเเรก : 1 )

วันนี้เราไปเที่ยวลาวกันอีกรอบ ในรอบ 3 เดือนกัน
แต่การไปครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้ว
คือพุ่มไปกับมล และ เพื่อน



ทริปนี้เป็นทริปที่กะทันหันมาก
คือมลมีปัญหาเรื่องความรักนิสหน่อย
ช่วงนี้พุ่มเลยตัวติดกันกับมลเป็นพิเศษ
เพราะต้องมีคนคอยก่อกวน 
555



เราไปด้วยรถไฟฟรี
มลอยากนั่ง
แล้วสำหรับพุ่มนะ 
พุ่มชอบรถไฟด้วย
เราให้พ่อเพื่อนจองไว้ให้
เพราะกลัวว่าจะไปแล้วไม่ทันต้องรีบไปแต่เช้าอะไรงี่
เพราะรถไฟมันออก ตั้ง  19:45 นาฬิกา แนะ




เราไปถึงก็ปประมาณบ่ายสองได้
เเล้วนัดเจอปอ ที่สถานีรถไฟเลย
ด้วยความกลัวว่าพาวเวอร์แบงค์
ของเรา 2 คนนั้นมันชาร์จ ไอโฟนได้รอบครึ่ง
สรุปคือกลัวแบตจะหมด
เเล้วเวลาเรายังมีเราเลยไปเดิน มาบุญครอง และกินสเต็กสามย่าน
คือได้ยินนานแล้วเลยอยากไปกินมั้ง
พอกินเเล้วก็งั้นๆนะ สำหรับพุ่ม
กับความรู้สึกว่าอยากไปกินมาก





จากนั้นเราก็มารอปอเเละรถไฟออกกัน



บรรยากาศก็เย็นๆนิสหน่อยเพราะพายุเข้าวันนั้น
พุ่มจำได้มีข่าวน้ำท่วม กทม. บ้าง ท่วม พัทยา บ้าง




ไปรถไฟ ก็ต้องมีถ่ายรูปคู่รถไฟจริงไหม




ถ่ายรูปกันเหมือนคนไม่เคยนั่งรถไฟ
55




ที่ที่เราได้เป็นที่ที่ติดกับพระ
ปลอดภภัยหายห่วง
ขายของกินตลอดคืน
มีนายรถไฟเดินตรวจ
ช่วงใกล้หนองคายมีตำรวจรถไฟ
เดินเช็คบัตรประชาชน



มลกับปอ บอกว่าไม่เห็นใครในรถไฟ
นอนสบายเท่าพุ่มเเล้ว
555
คือแบบสงสารน้อง
นิดเดียวพอ เพราะ เบาะมันเอนอ่อนไปข้าง
เเต่มันอยากนั่งฝั่งนั้น
ก็ทนรำบากไปนะ
555




พอไปถึงหนองคาย
ที่จริงเราอยากนั่งรถที่มาจากอุดร
ที่ตรงไปวังเวียงเลย
เเต่มันมาไม่ทัน
คือรถมาถึงหนองคาย 9:30 นาที
เราไปถึงหนองคาย 9:20 ++ 
เลย งงๆเอ่อๆ อยู่สถานีรถไฟแป็ป
ตำรวจเยอะมาก
เราเลยตัดสินใจไปที่ บขส.
ก็มี 2 ทางเลือก คือรอรถรอบเที่ยงไปเวียงจันทร์ หรือจะนั่งรถไปเอง
ต้องไปต่อรถเองจนถึงเวียงจันทรื อีก 2 ต่อ
สรุปเราขี้เกียจรอเลยนั่งรถไปเอง
เสียค่าตุกตุ๊ก 50 บาทต่อคน



พอปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งหนองคาย
ก็จัดการเอกสารกรอกข้อมูล
เเล้วยื่อเจ้าหน้าที่
พอออกมาอีกฝั่งจะมีเคาร์เตอร์ขายตั๋ว
เป็นรถโดยสารของลาว 
เสียค่ารถคนละ 15 บาท



พอไปถึงสะพานมิตรภาพไทยลาว
เราก็ต้องเเลกบัตรคล้ายกับบัตรขึ้น BTS BRT บ้านเรานี่เเหละ
แต่ะจะบอกว่าก่อนเเลกบัตรจะมีธนาคารสำหรับแลกเงินอยู่ 2 ฝั่ง
ก่อนแลกบัตร
กับเมื่อเเลกบัตรเข้าไปแล้ว
แต่พุ่มไปแลกข้างใน
พวกพุ่มตั้ง งบกันไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคน
เเต่พวกพุ่มใช้กันคนละพันไปแล้วตั้งเเต่อยู่ กทม.
เลยแลกแค่ 2,000 บาท




คนละ 2,000 บาท  ก็ตก 1,500,000 กีบ
พวกพุ่มจะแยกเงินกัน
ออกมาคนล่ะ 300,000 กีบ
และที่เหลือเป็นเงินกองกลาง
เวลากินข้าวหรือจ่ายค่ารถอะไรงี่





และข้างๆธนาคารแลกเงินก็จะมีบริการซิมการ์ด
พุ่มใช้โปร 4 วัน 140 บาท
เน็ตค่อนข้างดี
ไว




จริงๆจากตรงนี้มีรถบัสเข้าเวียงจันทร์
เเต่ต้องลงๆต่อๆหลายต่อ
พุ่มเลยเหมา ตุกตุ๊ก
ไปกัน
ตรงเป็นเงินไทยที่ คนละ 50 บาทเช่นเคย
ต้องต่อนะ
เพราะเขาจะบอกราคาสูงอยู่
แล้วสรุปเขาก็จะให้ถ้าเราเลือกที่จะไม่เอา





พอปถึงเวียงจันทร์
เขาจะไปจอดให้เราที่ท่ารถที่จะไปต่อ
จะบอกว่าท่ารถมันมีหลายที่พอสมควร
พุ่มไปต่อวังเวียง
ตกคนละ 150 บาทไทย
พุ่มไม่ได้เป็นคนถือเงินเลยจำได้เเต่ราคาไทยอ่ะ
เพราะก่อนจ่ายเราจะคำนวนตลอด
เราเลยถามพี่ที่คิวรถว่ามีร้านอาหารพื้นเมืองตรงไหนอร่อยๆบ้าง
เขาก็เเนะนำเราก็เดินเเบบงงไป
เจอร้านที่เขาบอก อาคารมื้อเเรกที่ลาว
ก็ตกไป เกือบ 300 บาท  200 กว่า
กับอาหาร 3 อย่าง ข้าว 3 จาน น้ำปล่าวฟรี
แล้วน้ำปั่น 40 2 แก้ว
ก็ถือว่า ไม่ ถูกและไม่เเพงเกินไป





พอกินเสร็จก็กลับมานั่งรอรถ
ประมาณ ครึ่ง ชม ก็มา
มีรถ 2 แบบ คือ บัสใหญ่เเละบัสเล็ก
พุ่มนั่งบัสใหญ่กัน




อ่านรีวิวมาบอกนั่ง 3 ชม
แบบว่าพอ 2 ชม
เขามีจอดเข้าห้องน้ำ 
ค่าเข้า 1,000 กีบ
แล้วไปต่อสรุปไปถึง 6 โมงนิด
จาก 13.30 น. 
คิดว่าเมืองไทยขับรถเร็วและน่ากลัวเเล้วนะ
คือเจอรถที่ลาวถึงขั้นหลับไม่ลงเลยคะ 
ดีมียาดม
ปวดหัวจะอาเจียนมากๆๆ



พอไปถึงเขาจะจอดรถที่ท่ารถ
และมีรถบริการฟรีเข้าไปที่ตัวเมืองวังเวียง
พอนั่งมาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึง
ใกล้ๆกัน





เมืองค้อนข้างครึกคัก
มีแต่ต่างชาติเดินเยอะเเยะไปหมด





ไม่ค่อยเจอคนไทยเท่าไร





เเละเดินหลงในวีงเวียงอีกประมาณ 20 นาที 555
กว่าจะถึงที่พัก
มลบอกว่าเป็นบังกาโลที่วิวสวยที่สุด
ก็จริงนะ เพราะมีที่เดียวที่อยู่กลางน้ำ
เราก็มาเคลียก่อนเข้าพัก เพราะระบุมานอนเเค่ 2 คน
เลยต้องจ่ายเพิ่มเป็น 3 สรุปเงินพุ่มก็หมดไปแล้วจ้า 150,000 กีบ





กว่าจะอาบน้ำกัน
แต่งตัวออกไปหาอะไรกิน
เจอร้านที่ขายส้มตำไก่ยางร้านเด่นตรง 3 แยกพอดี
เลยตัดสินใจที่จะกินร้านนี้ 
เพราะเหนื่อยกับขี้เกลียดเดินเเล้ว





ตอนไปลาวคราวที่เเล้วไม่ได้ชิมสีดำ
เลยเอามา 2 สี เพื่อรอง





ตอนแรกเรารังเลว่าจะไปบาร์นี้ไหม ซากุระบาร์
เป็นบาร์ที่เปิดให้กินวอดก้าฟรี 





ตามเวลาที่ระบุไว้ข้างล่างเลย
คือ  20.00 - 21.00 น.
แบบว่าเหลือเวลา อยู่ 10 นาที
หลังจากกินข้าว
คือมลมันมีเพื่อนในพันทิปที่แอตเฟสกันว่ามาลาว
เเล้วอยู่ที่ ซากุระบาร์
เลยว่าจะไปทักทาย
เเต่พอเข้าไป
ไม่เห็นคนไทยเลย
เห็นเเต่ต่างชาติ
 เพื่อนคนนั้นก็ไม่เจอด้วย



 คนละเเก้วชน
ก็ได้เพื่อนมาเยอะอยู่
แต่เป็นญี่ปุ่น
ก็เฮฮากันไป


พอจะถ่ายรูป
ก็วิ่งเข้ามาเป็นขโยง
ที่ยืนอยู่แถวนั้น
เสียดาย
คนถ่ายเป็นฝรั่งเมา รูปเลยออกมาเป็นเเบบนี้



ผีญี่ปุ่น


เดินไปไหนเดินตาม
อยู่กัน 7 - 8 คน



จะกินวอดก้าเเก้วเดียวทั้งคืนก็น่าเกียจใช่ไหม
ที่นี่ไม่มีเบียร์ลาว
แต่มีแต่เบียร์นี้
ไม่รูปเบียร์อะไร




คือ 2  คนนี้
เเบบเมคเฟรนไปทั่วบาร์
คือต้องตามหาน้อง




พี่สาวกับน้องสาว




จุ๊บน้องสาว


คืนนั้นเราก็กลับกันประมาณ 5 ทุ่ม
เพราะเรามี One Day Trip พรุ่งนี้
จบการออกเดินทางที่ยาวไกล
สำหรับว 2  วันแรกแล้วนะ
อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่จะแพลน
ไปลาวไม่มากก็น้อยนะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น