วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558

ทริปศึกษาดูงานการจัดการ พิพิธภัณฑ์ รอบกรุง

ศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์รอบกรุง
วัดราชประดิษฐ์
Museum Siam
ศิริราช พิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์กายวิภาค
พิพิธภัณฑ์พิมุขสถาน
วัดเทวราชกุญชร (พิพิธภัณฑ์ สักทอง )



วันนี้เรามาศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ วิชาสัมมนา
เพราะทางเพื่อนๆตัดสินใจเเล้วว่าเราจะ
จัดสัมมนาเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์
นั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเกิดทริปครั้งนี้ขึ้น



สถานที่เเรกที่เราไป
เราไปวัดประจำรัชกาลที่ 4 
นั้นก็คือ วัดราชประดิษฐ์




จริงจริงเเล้ว
คือเราจะไปดูพระราชพิธี 12 เดือน ในโบส
แต่ว่ามันปิด
น่าเสียดายมาก
อาจารย์บอกว่าวัดนี้ไม่เหมือนวันอื่นเนื่องจาก
จิตกรรมฝาผนัง




อีกทั้งวัดนี้เป็นวัดที่สร้างจากเงินส่วนประองค์อีกต่างหาก
เเละเมื่อเราเดินไปดูด้านในของวัด
เราจะเห็นการจารึก
เกี่ยวกับวัด
และข้อห้าม

รวมถึงรูปแบบสถาปัตยกรรม 
ที่ไม่ค่อยเหมือนที่อื่น



เรื่องรายละเอียดไม่ขอบรรยายมากแล้วกัน
เพราะบอกตามตรงว่าเพิ่งเคยไปวัดนี้ครั้งเเรก
เดี๋ยวจะผิดพลาด





พุ่มชอบหลังคาบริเวนี้มาก
เพราะว่าเป็นกระเบื้อรูปพระ






และอีกหนึ่งสื่งที่ไม่เหมือนใครของที่นี่
นั้นคือต้นเสมา
หรือใบเสมา
ปกติวันอื่นจะเป็นใบ
แต่นี้เป็นต้นที่บอกถึงอาณาเขตของวัด
และที่ต้นเสมานี่เอง
ก็มี การเขียนจารึกข้อความด้วยเช่นกัน




และบริเวณตัวของวัดที่สร้างขึ้นจากหินอ่อน
ก็เป็นหินอ่อนชุดเเรกที่มีการขำเข้ามาสร้าง
สถาปัตยากรรมต่างๆในประเทศไทยอีกด้วย



เสร็จจากวัดราชประดิษฐ์
เราตัดสินใจเดินไปที่มิวเซี่ยมสยาม



แหวะไหว้ ร.4



เป็นเช้าที่อากาศยังไม่ร้อนมาก
เเต่พุ่มร้อนมาก
เพราะใส่เเขนยาวขายาว
















เมื่อเรามาถึงมิวเซี่ยมสยาม
ยังไม่เปิดให้บริการ
เราเลยเเวะทานน้ำทานขนมกันก่อน


















พุ่มประทับใจตรงนี้มาก
คือเมื่อเราฉายไฟไป
เราก็จะเห็นว่าภาพเขียนที่วาดอยู่
จะเปลี่ยนสีไป
ตามพิธีกรรม
เเละความเชื่อต่างๆของคนไทย
มีทั้ง
- ผี
- พุธท
จะมีการเขียนไว้อย่างชัดเจนให้เราเข้าใจว่าหมายถึงอะไร








รูปแบบการเเต่งตัวของเจ้าชายเมืองต่างๆ

















แล้วทุกคนก็มาหยุดเล่นกันที่ห้องนี้






เเละนี้คือสิ่งหนึ่งที่ประทับใจ
เพราะเมื่อเราเปิดประตูเล็กๆทั้ง2 ฝั่ง
ก็จะเป็นการจัดเเสดง
ชุมชมต่าง
พร้อมทั้งมีสำเนียงและเสียงคนชุมชนนั้นๆ
ให้เราฟัง





และนี่ก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่เราใช้เวลานานกันมาก
สนุกสนานกับกันเเต่งตัวย้อนยุค





































หลังจากนั้นเราก็ข้ามไปฝั่ง โรงพยายาบาลศิริราช
เพื่อจะไปชมพิพิธภัณฑ์ อีก 3 ที่ที่จัดเเสดงใน ศิริราช




ซึ่ง 2 ที่เเรกไม่อณุญาติให้ถ่ายภาพ
เเต่พุ่มว่าไม่ถ่ายมาอะก็ดีเเล้ว





แต่ที่สุดท้ายนั้นคือพิพิธภัณฑ์พิมุขสถาน
เจ้าหน้าที่อนุญาติให้ถ่ายรูปได้
เป็นบ้างห้อง












สิ่งที่เมื่อเราเข้ามาครั้งเเรกเลยหลังจากเก็บสัมภาระกระเป๋าต่างๆ
นั้นก็คือ
ห้องบรรยาย
บรรยายความเป็นมาคร่าวๆ
ของพิพิธภัณฑ์นี้










สิ่งที่ประทับใจของที่นี่
มาก 1  สิ่งนั้นก็คือ
การเล่ารื่องจากภาพ ภาพเดียวเเต่สามารถเล่าเรื่อง
ผูกเรื่องให้น่าสนใจ
และเป็นเรื่องราวได้น่าตื่นตาตื่นใจ















พิพิธภัณฑ์นี้
เดิมเคยเป็นสถานที่รถไฟบางกอกน้อยเก่า
ถึงมีการจำรองดูเรื่องเกี่ยวกับสถานนีนี้
โดยวีดีโอ 4 มิติ




ระหว่างการเดินชม
ทุกทุกพิพิธภัณฑ์
ก็มีเกมส์ให้เราเล่นเป็นระยะๆ



การจำรองเสมือนว่าตัวเองเป็นหมอ








ที่ถ่ายมานี้
เป็นนาฬิกาเก่า
หลายร้อยปี
ราคาหลาย 10 ล้านบาท

มีห้องยาสมุนไพร


หลังจากนั้น
ก็มีพิพิธภัณฑ์ที่เป็นเรือ
อยู่ด้านหลัง
และจำรองวิธีชีวิตวัฒนธรรมเเบบไทยสมัยโบราณด้วย













รางรถไฟ
บางกอกน้อย


เรามาปิดท้ายกันที่นี่





กล่าวขอบคุณและมอบสินน้ำใจให้น้อง
ที่มาเป็นวิทยากรจำเป็นให้
ในการนำชมพิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่งใน โรงพยาบาล ศิริราช



จากนั้นเราก็เดินออกมา
ไปต่อกันที่พิพิธภัณฑ์สักทอง
ที่ วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร




















นี่เป็น 1 ใน 18 สมเด็จพระสังฆราช
ที่พุ่มเกิดทัน












หลังจากนั้นเราก็เดินไปที่ริมเเม่น้ำเจ้าพระยา
เพื่อรับประทานอาหารเย็นกัน




 

เป็นช่วงที่บรรยากาศดีมาก
เเสงกำลังจะหมด







เรามีการคุยสรุปงาน
และความรู้ที่ได้ของวันนี้
กันก่อนรับประทานอาหาร



เป็นวันที่เหนื่อยเเละมีความสุขมาก









เจ้าหนูน้อยนาตาลี
ถ่ายให้
น่ารักดี





ปิดท้ายทริปนี้ด้วยรูปคู่
นาตาลีบอก
ว่าเราเป็นแฟนกัน
555

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น