วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

Trip Loei,Chiangkhan and Loa @ Sanakham with my class : 3 ตักบาตรข้าวเหนียว , ภูหลวง , เดินทางกลับ )

เราก็มาถึงทริปวันที่ 3 วันสุดท้ายเเล้ว
วันนี้รูปไม่เยอะเท่าไร
เพราะตอนครึ่งเช้ามัวเเต่นอน
555
แต่ขอบอกว่ามีแต่วิวสวยๆ
งั้นเรามาเริ่มกันนะ
 
 
 
 
รอบที่แล้วกิจกรรมของพุ่มอยู่ที่ 8 
กิจกรรมสุดท้าย กิจกรรมที่ 9
คือของแก้มเราจะตักบาตรข้าวเหนียวกัน
แก้มปลุกทุกคนทั้งเเต่ 5 :30 น ได้




เราให้ทางรีสอร์ทเตรียมของไว้ให้เรา
ตอนนี้ยืนรอของใส่บาตรกัน
แต่มีเเม่ค้าร้านตรงข้ามที่กำลังเตรียมของอยู่
ก็ตะโกนบอกว่าพระท่านมาแล้วนะไม่ปูเสื่อเตรียมของกันหรอ



 
พวกเราก็เลยจัดการปูสื่อวางถาดประจำที่กัน
เอ่อแบบว่าหน้าพุ่มโทรมมาก
เพราะโดนขุดมาจากที่นอน 
ไม่ได้ใส่ชุดนี้นอนนะ
เป็นเสื้อกับกางเกงขาสั้น 
ไม่รู้จะใส่อะไรเลยหยิบผ้าถุงมาใส่ทับ
เพราะอากาศเย็นมาก เลยแบบว่า
อ้วนไปเลยหลังจากที่อ้วนอยู่แล้ว
555





ถ้าดูจากในรูปแล้วจะเห็นว่า
ของพุ่มเหลือเยอะที่สุด
เพราะว่าพุ่มใส่ไม่เป็น
มีคนบอกให้หยิบใส่ทีละนิด
พุ่มก็นิดจริงใส่เเต่ข้าวเหนียวด้วย
ของเลยเหลือครบ
555




สรุปมีพระมาอีกชุด
พุ่มเลยใส่อีกรอบ
บวกกับมีของบางชุดที่ไม่มีคนใส่ด้วย
ของเลยเหลือ




และผลไม้ก็เพิ่งมา
เลยใส่เพิ่มทุกคนเลย








พี่เปลวง่วงนอนใช่ไหมรูปนี้





ป้าเลยอธิบายว่า
วิธีตักบาตรข้าวเหนียวนี่
เราควรที่จะปั้นข้าวเหนียวไว้ก่อนเป็นก้อนๆ
พอพระมาก็ใส่เลย
พุ่มลยปั้นเป็นก้อนเเยกไว้





ตักเลย









หลังจากตักบาตร
พุ่มก็กลับมานอนต่อ
บางคนก็ออกไปหาอะไรหม่ำกัน
ห้องพุ่มนอนกัน 3 คน
อาจารย์มานอนด้วย
เราก็เลยนอนกันยาวจน 10 โมงได้




เป็นห้องเดียวที่ยังไม่ตื่นกัน
เเต่ต้องรีบออกมาก
เพราะต้องมาสรุปทริปศึกษางานในครั้งนี้



บางครั้งมีซีเรียสบ้าง




บางครั้งมีเฮฮาบ้าง




แต่ทุกคนก็เป็นว่าที่มหาบัณฑิต
ต้องรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ
รู้กาลเทศะ รู้ เวลา




ถึงเราจะเฮฮา




เเต่เราทุกคนก็มีความคิด




วิเคราะห์



รับมือและแก้ปัญหา
เป็นกันน๊า






































หลังเสร็จจากการสรุปงานเเล้ว
เราก็มีมอบรางวัล
มอบของที่ระลึกให้กับอาจารย์ม็อบ
ณ เชียงคาน
ที่ดูเเลเราตลอดทริบนี้




บ้านอาจารย์มีแมวน่ารัก 3 - 4 ตัวขี้อ้อนด้วย



ของที่ระลึกสำหรับอาจารย์ม็อบ







พร้อมถ่ายรูปหมู่




ไม่รู้ว่าใครเเอบเอากล้องพุ่มไปถ่ายเล่น
^^




ไม่ชวนเลยด้วย






หลังจากนั้นเราก็เดินทางกลับ
เเต่เรากลับทางเพร็ชบูรณ์
เพราะจะไปส่งพุ่มขึ้นรถไปหาพ่อต่อที่ ศรีสะเกษ



ระหว่างทางเราเจอวิวสวยๆของภูหลวง
เลยอกใจไม่ไหวจอดรถเเวะถ่ายรูปกัน
สักหน่อย



พอลงรถตู้ได้
ทุกคนต่างหามุมเป็นของตัวเอง



วิวสวยมาก
มาเลยไม่รู้กี่ครั้ง
ไม่เคยไปเที่ยวไหนเลย
มาครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ













พอมองมาอีกทางหนึ่งเห็นพี่สาวกับกำลัง
จัดท่าถ่ายรูปหน้าป้ายภูหลวงอยู่ค่ะ




พุ่มกับอาจารย์เลยไปขอเเจมด้วยซักหน่อย




และรูปสุดท้ายของทริปศึกษาดูงาน 
เลย เชียงคาน และลาว
ได้รับความรู้และความร่วมมือความเป็นเพื่อน,พี่น้อง
รวมถึงสถานที่ธรรมชาติสวยๆที่ไม่เคยได้สัมผัสมากก่อน
ขอบคุณท่านอาจารย์
พี่ๆ เพื่อนๆ และ น้องๆ 
ทุกท่านที่ทำให้เกิดทริปนี้ได้


ขอให้เราจบพร้อมกันทุกคนค่ะ
^^

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

Trip Loei,Chiangkhan and Loa @ Sanakham with my class : 2 ( ภูทอก , สานะคาม , กลุ่มสตรีมะพร้าวเเก้ว , ผาสาดลอยเคราะห์ , บาศรีสู่ขวัญ , ประกวดอีสานคันทรี )



ทริปวันที่ 2  ขอบอกเลยว่ารูปเยอะมาก
เกือบ 200 รูปได้
ดูไปแล้วกันนะไม่ต้องอ่านก็ได้
พุ่มไม่ว่า





เราเริ่มกิจกรรมเเรกคือภูทอก
เราจะไปดูทะเลหมอกกัน
ไปถึงต้องไปต่อรถอีก
ไมม่สามารถขับรถตัวเองขึ้นไปได้
จะมีรถที่เขาคอยรับส่งขึ้นภู
คนล่ะ 25 บาท นะเท่าที่จำได้




เราเดินทางกันด้วยรถ 2 แถว





ระหว่างทางมีฝนตกนิดหน่อยไม่แรงมาก




หมอกปกคลุม



เรามาถึงเเล้วค่ะภูทอก เชียงคาน




อยากเป็นคนถูกถ่ายมั้ง



..



..




จะบอกว่าวิวตรงนี้เวลาถ่ายออกมาเเล้วเเสงสวยมากเลย



เราอยู่กันไม่นานเราก็ลง
เพราะฝนเริ่มตกหนัก
แล้วมองไม่เห็นทะเลหมอกด้วย
คนขับรถเลยเอารูปให้พุ่มดูเเทน




รถที่มีให้บริการ
ก็จะมีทั้งรถตู้ , รถกระบะ , รถสองเเถว
เราสามารถเลือกนั่งคันไหนก็ได้




ออกมาแต่เข้าไม่ได้กินอะไรกัน
พอลงมาด้านล่างก็จะมีพ่อค้าเเม่ค้าตั้งแผงขายอาหารที่ทานง่าย



ด้านล่างมีส่วนที่เป็นรีสอร์ท แล้วกางเต้นด้วย
ลงมามองเห็นหมอกที่ปกคลุมภูเขา
สวยมากก





ทุกคนพยายามถ่ายรูปกันอยู่
พุ่มเลยต้องถ่ายตัวเอง




เรารุ่น 6 ค่ะ




โพสท่าหน้าร้านอาหาร




เมื่อผิดหวังกับข้าวจี่ที่ถนนเชียงคานเเล้ว
พุ่มยังเอาใหม่
ทางหม่ำที่นี่
อีกรอบ




มีช่วยเจ้าของร้านปิ้งด้วย
จะบอกว่ารสชาติอร่อยมาก
ติดใจ
จบเเล้วสำหรับกิจกรรมที่ 3



กลับมารับอาจารย์ไปหม่ำอาหารเช้า
แล้วเราจะเดินทางข้ามไที่ประเทศลาวต่อ




 " ท่านอาจารย์ใหญ่ "




..



..





..




ไปกันได้ยัง
ณ อารมณ์ตอนนั้น


..



...




พี่ชายใหญ่ ทั้ง 2



หน้าตากุ้มกิ้มมาก




เราไปทำเรื่องข้ามเเดนกันที่เขต
โดยใช้บัตรประชาชน
และเงิน จำไม่ได้กี่บาท
เพราะว่าจ่ายรวมกัน
เเต่เเรกแล้ว




เสร็จแล้วเราก็ไปยื่นเอกสาร
ตรงที่ข้ามเรื่อ
ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก




เตรียมลงเรือ




ยอมเเพ้ท่านางจริงๆ



..



ยินดีต้อนรับค่ะ


พร้อมเดินทาง



น้องๆก็พร้อม





คุณพี่กำลังเคลียเรื่องค่าใช้จ่าย





บ่งบอกว่าอากาศเย็นมาก




ภูเขาและทะเลหมอกที่มองเห็นขณะนั่งเรือ
สวยมาก




 ถึงฝั่งลาวเเล้วค่ะ









ทพเรื่องข้ามเเดน
ค่าเหยียบเเผ่นดินน่าจะ 50 บาทต่อคน
พุ่มไม่ได้ติดต่อเรื่องนี้ลืม
ค่าข้ามเรือก็น่าจะคนล่ะ 50 บาทเหมือนกัน



รอรถมารับค่ะ

















เราเดินทางด้วยรถกระบะ







เรามาถึงเเล้ว
วันเเสง
เราเลือกไปที่วัดเเสง


หลังคา 3  ชั้นแล้วมีตรงกลางที่เป็นสัญลักษณ์
เอกลักษณ์แบบลาว













ไม่รู้มันคืออะไร
แขวนอยู่ที่เสาของวัด
แต่มันสวยดี


























ตัวอะไรไม่รู้สวยดี


















ลูกสาวร้านนี้สวยมาก



เบียร์ลาว
เคยกินครั้งเเรก






รองชิมคนละกระป๋อง




เดินๆไป
เจอร้านพิตซ่า
เเล้วซุ้มกาแฟ



เราจบกันที่ร้านนี้
เพราะฝนเริ่มตกหนัก
เลยกลับกันดีกว่า







น้ำเขาอร่อยมาก
คิดเป็นเงินไทย 40 บาท



จริงๆเราจะข้ามไปฝั่งไทยเลย
เเต่เวลาเที่ยวพอดี
คนลาวพักนอนกลางวัน
เห็นบอกเป็นวัฒนธรรมที่ตกทอดมา
ตั้งเเต่ลาวูกประเทศฝรั่งเศษยึดอำนาจมา




เราเลยต้องรอจนถึงบ่ายครึ่งก็หิวหิว
เเต่ีร้านก๋วยเตี๋ยวหรือเฝออยู่ใกล้ๆ
เเทนก่อนข้ามกลับมาฝั่งลาว



ได้เวลากลับไทยเเล้ว



วิวริมเเม่น้ำโขงสวยมาก





จบกิจกรรมที่ 4
ค่ะ



เริ่มกิจกรรมที่ 4 จากตรงนี้
พรีเซนต์กันได้เฮฮามาก



 

ถึงจะมีคนป่วน
เเต่ก็ไม่เป็นไร








ตั้งใจฟังมาก






เเละเราก็ไปกลุ่มสตรีมะพร้าวแก้ว
สาทิตทุกขั้นตอนการทำมะพร้าวเเก้วเลยค่ะ



ได้ลงมือรองทำกันด้วย



















เสร็จแล้วก็ชิม


เสร็จเเล้ว



เราก็ซื้อกลับบ้านค่ะ


นอกจากมะพร้าวแก้วเเล้วยังมีอย่างอื่นด้วยนะ



สำหรับการสาทิตวันนี้ขอบคุณค่ะ
อร่อยและได้ความรู้มาเยอะมาก




เพิ่งรู้ว่ามะพร้าวแก้วมีการแบ่งเป็นเกรดด้วย
A B C
ที่เรากินๆกันชิ้นเล็กเป็น C นั้นเอง



จบภาระกิจที่ 5 ค่ะ


กลับมาที่พัก
เราย้ายที่พักด้วยเพื่อเริ่มกิจกรรมที่ 6



โดยการจัดสถานที่ก่อนเลย
เพราะเราจะลงมือทำด้วยตนเองด้วย
















ที่พักเราติดริมเเม่น้ำโขงด้วย









หลังจากนั้นเราก็เริ่มประดิษฐ์
ผาสาดกัน

























เราต้องทำผาสาดลอยเคราะห์ก่อนเเล้วจึงมาทำบายศรีสู่ขวัญ



พิธีเริ่มเเล้ว















เราลอยริมเเม่น้ำโขง
จบกิจกรรมที่ 6

มาต่อด้วยบาสศรี
เป็นกิจกรรมที่ 7


เรามีพราหมณ์มาทำพิธีให้
เเล้วผู้เฒ่าผู้แก่มาทำพิธีให้


หม่ำไข่กับข้าวเหนียว


หม่ำ








น้องสาวกับพี่สาว

















หลังจากนั้นเราก็เริ่มหม่ำอาหารเย็นด้วยขันโตก


มีการรำบายศรีโชว์ด้วย


และประกวดอีสานคันทรี
เป็นกิจกรรมที่ 8


ผู้เข้าร่วมกิจกรรมคือนักศึกษาทุกคน
ใครได้ที่หนึ่งได้รางวัลและคะเเนะไปค่ะ











































คนที่ได้ที่ 1 ค่ะ


รางวัลที่จะได้ คือ ถ้วยรางวัล หมวกงอบ กระติบข้าวเหนียว และกระดง 555













เลิศมากค่ะ



จบสำหรับกิจกรรม ที่8


เนื่องจากเราไม่อิ่มเราเลยไปหาอะไรหม่ำกันที่ถนนเชยงคาน
เนื่องด้วยเป็นวันอาทิตย์คนเลยน้อยมาก
เเล้วร้านก็เริ่มปิดกันเเล้ว



ปาท่องโก๋ยัดใส้
เห็นคนต่อคิวยาวซื้อ
เลยเเวะหม่ำ
ก็อร่อยดีนะ



กลับมาทำคอกเทลกินกัน
จากนั้นก็เเยกกันไปนอน
เพราะต้องตื่นเช้าไปตักบาตรข้าวเหนียวและเดินทางกลับค่ะ

ขอบคุณที่ตามอ่านหรือดูภาพมาจนถึงตรงนี้นะ
รูปเยอะมาก
ขอบคุณค่ะ