วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

Backpack to Malaysia "Kualalumpru - Malaka 19 - 21 Feb 2016 " Past 3 " เที่ยวมัสยิด สีชมพู.

วันที่ 3
วันสุดท้ายของการเดินทางของ 2 พี่น้อง


เรา 2 คนอาบน้ำเเต่งตัวเก็บกระเป๋า


พร้อมทั้งหิ้วกระเป๋าออกมาพร้อมเตรียมตัวกลับ



เราทานอาหารเช้าเเบบง่ายๆ ตามสไตล์ โรงเเรมที่จัดไว้ให้



จากนั้นก็เดินสะพายป้
มาขึ้นรถไฟ


เตรียมไป KL Center



เรานั่งรถไฟอีกสายหนึ่ง
ที่ไปทางเดิมของวันที่ 2 
เเต่เป็นรถไฟอีกขบวนไม่ใช่ขบวนเดียวกัน
อย่างที่บอกว่าที่นี่มีรถไฟหลายสายมาก
เเละที่ซื้อตั๋วก็ไม่ใช่ที่เดียวกัน ข้อมูลเริ่มลืมแล้ว
เอาแบบคราวๆแล้วกันนะ ^^
ช่วงนี้ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้มีเวลาว่าง และไม่มีเวลากลับบ้านด้วย 
เลยไม่มีเวลาอัพ ข้อมูลวันที่ 3)



ก่อนไปมลเช็คเวลาเผื่อ shopping แล้ว
เเละที่ KL Center เอง
เป็นสถานที่ที่ต่อเชื่อมกับห้าง
มลตั้งใจจะมาซื้อของใน Supper Market 
เพราะ ไปอ่านข้อมูลมาว่า
ช็อคโกแลต ในนี้จะถูกกว่า



ซื้อเสร็จเราก็ไปนั่งรถไฟ
เตรียมไป มัสยิด สีชมพูกัน




ระหว่างทางก็ถ่ายรูปเล่นกันไปเรื่อย
ตามประสา ผู้หญิงบ้ากล้อง
รถไฟสายนี้ไปทางเดิมที่พวกพุ่มมาเมื่อวานเเต่ว่า
เป็นรถคนละสายเเละวิ่งเร็วกว่า
ไม่ได้จอดทุกสถานี
จอดเป็นบางสถานีเท่านั้น



จำไม่ได้ว่าไปลงสถานีออะไร
รู้เเค่เป็นที่ต่อรถบัส
เเต่ไม่ใหญ่เท่าสถานที่เมื่อวาน
อันนี้ร้อนมาก
เรา 2 คนเอ๋อมาก
เพราะไม่รู้ว่ามัสยิด ชื่อว่าอะไร รู้เเค่สีชมพู
เดินถามคนขับรถ เขาก็ไม่เข้าใจ
บ่นมลอยู่พักหนึ่งว่า 
ทำไมไม่รู้ชื่อของมัสจิด 
หาข้อมูลมายังไง
เพราะพุ่มไม่ได้หาเลยอะ
5555

เราก็เลยเดินไปกะจะไปหา Information ถามข้อมูล
เเต่ดันไปเจอรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวเลยถ่ายรูปไว้
เเล้ววิ่งมาถามคนขับอีกรอบ

คือในข้อมูลที่มลเซพไว้ของพันทิพนี่แหละ
บอกไปได้หลายสาย
เราก็ไปถามสายที่เขียนไว้
เเต่เขาไม่ได้ไป
ไปอยู่สายเดียว
นั่งรอเกือบ ชม. นานมาก
เเล้วเจอคนไทย ประมาณ 4 คู่
ทั้งมากับเเฟน กับเพื่อน
มีคู่ หญิง หญิง คู่หนึ่ง มานั่งข้างๆพุ่มเขาคุยกันเรื่อง มีไวไพตรงนี้
หูพุ่มนี่ผึ่งเลย
หาจ๊ะหาๆๆ
สรุปมีจริงด้วย 555


 มลบอกเมืองนี้
เป็นเมืองใหม่ที่สร้างขึ้นไม่นาน
ใหญ่นะ
เเต่ไม่มีคนอยู่
เหมือนเมืองร้างเลยอะ


สถานที่ที่เราจะไป
นั่งรถไม่นานก็ถึง
ยังไม่ทันหายร้อนเลย



พอมาถึงมัสจิด
ค่อยเยอะพอสมควร
และร้อนมาก
เเละสวยมากด้วย


สะพานที่เราข้ามมา


ตรงนี้ก็เป็นสะพานที่เราข้ามมาอีกเช่นกัน


พุ่มเดินลงมาถ่ายรูปข้างๆที่เขาจัดไว้ให้
มีร้านอาหารติดเเอร์
ขายเครื่องดื่ม
ส่วนใหญ่คนจะนั่งอยุ่ข้างในเพราะข้างนอกร้อนมาก


มลเคยเตือนเเล้วว่าร้อนมากเลยนะพุ่ม
ต้นไม้เเทบไม่มี
จะไปไหม


พุ่มก็เเบบว่า
เฮ้ยยไม่เป็นไร
พุ่มไหว
ไหนๆก็มาเเล้วเราก็ต้องไปให้ถึงซิ


เเต่รู้เเล้วละ ว่ามันร้อนมากจริงๆ


กระเป๋าก็ต้องสะพาย
อากาศก็ร้อนมาก


อันนี้ถ่ายจากทางด้านหน้าทางเข้า
ของมัสยิดเลย
ถ่ายตรงนี้ไม่สวย
เท่าข้างๆ เพราะไม่เห็นหลังคาที่เป็นโดมๆ
ช่วงเวลาที่พวกพุ่มไป
คือเขาละมาดกันอยู่เลยไม่ได้เข้าไปดูข้างใน



ส่วนถัดไปอีกนิดหน่อย
ไม่รู้ว่านี่คืออะไร
เเต่สร้างใหญ่อลังมาก
 

ยิ้มสู้เเดด


เเดดร้อนมีก็ดีอย่าง คือ ถ่ายรูปแล้วออกมาสวย

 เสร็จจากนั้นเราก็รอรถกลับ
ตอนเเรกเห็นขอบอกสายเดิมๆ
ยืนรออยู่นานมาก
ไม่มีที่นั่งรอ ต้นไม่หลบเเดดก็ไม่มี
คิดดูจะร้อนอะไหน
พอรถมา
ประมาณ ครึ่ง ชม. ได้รถมา
เขาบอกไม่ใช่
ต้องรอรถขากลับอีกฝั่งหนึ่ง
นั้นไง
พุ่มเลยความอดทนต่ำ
บ่นใหญ่เลย
สรุปรอรถเป็น ชม . กลางเเดดร้อนๆ


เสร็จพอมาถึงสถานี
ซื้อตั๋วรถไฟอีกรอบ
เเต่เป็นรถเร็วที่ตรงมา สนามบินเลย


ยิ้มสวยๆ จากน้องสาว
เเทบไม่มีรูปตัวเองสวยๆเลย
มลบอกถ่ายกล้องนี้ไม่ได้
ถ่ายออกมาเบลอหมด


มลบอกรถไฟสายนี้ไง ที่ตรงมากจาก KL Center  
เเต่ราคาเเพงหน่อย
ถ้าเทียบกับรถบัส

 
พอมาถึงสนามบิน
ก็หิวไง
ตอนเเรกว่าจะกินร้าน Old Town Coffee
เพราะมีเมนูอื่นที่อยากรองกินด้วย
เเต่หาไม่เจอ เลยไปกินฟู๊ตขอดเเทน



เมนูที่ได้มา
มลบอกไม่บื่อหรอ
เบื่อนะ
เเต่วันสุดท้าย กินให้หายอยาก เบื่อไปนานๆๆไปเลย 555



อยู่สนามบินเจอคนไทยเยอะนะ
เเต่เเบบขี้โม้เยอะด้วย
555


โม้จนรำคาร
เลยไปหาเดินดูช็อคโกเเล๊ตเพิ่มกับมล


ได้มาสเมโล่มิ้นมา
ตัวนี้อร่อยมากก


M&M


เชคอินเข้าไปรอข้างใน
เดินดูของ นู้นนี่นั้น
ยังเหลือเวลาอีก
เลยไปนั่ง MC
 คือ เขาไม่มี ซ้ อม มีด ให้อะ
ต้องใช้มืออย่างเดียว


ถ่ายรูปส่งให้แฟนดูว่ากำลังกลับไปหาเเล้วนะ
^^


พร้อมเดินทางกลับบ้าน


เป็นช่วงที่พระอาทิตย์กำลัง
ใกล้ตกพอดี


เลยได้เห็นวิวสวยๆ
ที่พระอาทิตย์กำลังตกจากกระจกเครื่องบิน


ไม่นานเราก็เดินทางมาถึง 
กรุงเทพฯ บ้านของเรา ^^
จบทริปเที่ยวมาเลเซีย ของเรา 2  พี่น้อง

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

Backpack to Malaysia "Kualalumpru - Malaka 19 - 21 Feb 2016 " Past 2 " เที่ยวเมืองมรดกโลก MALAKA UNESCO CITY.

Day 2
วันที่ 2 นี้เป็นวันที่เราจัดหนักมาก
มลบอกต้องเดินทางไป Malaka  ซึ่งเป็นเมือง มรดกโลก " Unesco"
มลบอกว่าปกติเเล้วคนที่ไปที่นั้นจะพักค้างคืน
เเต่พวกพุ่มไปกลับ
เพราะจองโรงเเรมที่นี่ไว้ 2 คืน
เราเลยตื่นกันเเต่เช้า
ยังไม่มีใครในห้องตื่นเลย
 



อาบน้ำพร้อมเดินทาง



แต่ก่อนออก
ทานอาหารเช้าเเบบง่ายๆกันก่อน



เพราะกลัวจะหิวมาก
เพราะพุ่มเป็นคนที่ตื่นสักพักแล้วจะหิวมาก





 เป็นคอนเฟลกกับนม 
เเละผลไม้ ส้มคนละลูก




ความพิเศษของที่นี่
คือทานเเล้วต้องล้างจานเอง
สมชื่อกับ Back Home เปรียบเสมือนอยู่บ้านเลยใช่ไหม .... ^^



พุ่มก็เเบบว่า
มลล้างจานให้หน่อยซิ
เขาไม่สบาย
อ้อนน้องนิสๆๆ 555



เเวบบมาถ่ายรูปหน้าโรงเเรมเเพ๊บบ
มันเท่ดี

 
ไม่รู้ว่ามันคือป้ายอะไร
เเต่มันอาร์ทดี
อยู่หน้าโรงเเรม


พุ่มกับมลนั่งรถไฟมาที่ KL Center เพื่อต่อไปอีกสายหนึ่ง
ที่นี่มีรถสายหลายสายมาก
ค่าตั๋ว 2 รีกิดไปสถานีที่พุ่มจะไปต่อรถบัสกัน
  

รถไฟสายนี้
ต้องเดินลงมาใต้ดิน
เเต่ไม่ใช่รถไฟใต้ดิน
อารมณ์เหมือนรถไฟหวานเย็นบ้านเรา
เเต่ข้างในเหมือน BTS บ้านเรา
คนละเกรดกันเลย
 ดูดีกว่าเยอะ
เเถมมีแอร์ด้วย


เเต่เหมือนรถไฟรางมากกว่า
ทางเดินลงรถไฟ เป็นทางเชื่อมไปยังรถทัวร์


ระหว่างเดินมาสถานีรถบัส
เเอบโดนป้ายอะไรไม่รู้ไม่กล้าเช็ด




ต่อคิวซื้ออตั๋วเเบบงงๆ
เช่นกัน
เเต่อ่านป้ายเอาว่าที่ไหนไป Malaka
ก็เข้าไปซื้อเลย
เจอคนไทยหลายคนนะ
ที่นี่
 

 
จัดการซื้อตั๋ว
ราคา 10  รีกิด

 
 ลูกอมมิ้นช่วยชีวิต
เพราะพุ่มไอตลอดทั้งคืนเหมือนแบบอารมณ์คันคอ
เลยต้องหาตัวช่วย


บรรยากาศ
ทางเดินไปขึ้นรถบัส


ชอบชอบ
เป็นประตูเลื่อนเปิดปิด
จริงๆอยากถ่ายเป็นวีดีโอในวีเเชท
เเต่ลืมไป
ว่าไม่มีเนต
555




เเว่นที่เลนส์หลุดที่พุ่มบอก
ตอนวิ่งข้ามถนน
คือเป็นเเว่นที่รักมาก
ทำพราด้าหายไปอันเเล้ว
ถ้าอีกนี้พังอีก
จะร้องให้หนักมาก
พุ่มก็นั่งทำอยู่พักนึ่ง
ใส่เลนส์กลับไปได้ด้วย ดีใจมาก
พุ่มคิดว่าทริปนี้จะไม่สนุกนะ
เพราะพุ่มป็นคนเเพ้เเสงถ้าไม่มีเเว่นนี่เเย่เลย




เรียบร้อยกับเเว่น
ถ่ายรูปได้
ยิ้มหน้าบาน





มาถึงสถานีที่ Malaka วิ่งเข้าห้องน้ำก่อนเลย
สิ่งที่พุ่มไม่ชอบคือห้องน้ำ
ถ้าเป็นโถเเบบนี้
คือมันไม่มีต่างระดับเหมือนบ้านเรา
น้ำนองตรงโถดูกว้างๆโหลงเหลงใหญ่ๆ
รองเท้าที่ใส่เเบบไม่มีส้นน้ำเข้ารองเท้าตลอดเลย
 



พอไปถึง Malaka
ก็เดินถามทางไปเมืองที่เราจะไป
อารมณ์เหมือนหมอชิดบ้านเรา


สถานีใหญ่
เเบ่งเป็นสัดส่วน
ข้างในติดเเอร์




นั่งรถมาสักพัก 30 - 40 นาทีได้
ก็เริ่มเข้าเมืองเห็นตึกข้างทางสีแดงอิฐ
มลบอกถึงละใช่ที่แหละ



ลงรถบัสมา
เจอนี่เลย
แอบตกใจนิสหน่อย
คือมันไม่เข้ากับสถานที่นะ
เเต่มันก็ดูเป็นเอกลักษณ์ดี
เเถมเปิดเสียงเพลงดังมากก
คนขึ้นมีอายอะพุ่มว่า



ตรงที่รถจอดเป็นจุดศูนย์กลางมีลานน้ำพุ
พอดี
ก่อนจะเดินไปไหนมีเเต่นักท่องเที่ยวเเวะถ่ายรูปกันเป็นจุดเเรก




และโบสถ์ ที่อยู่ตรงข้ามน้ำพุ



ข้างๆกก็มีร้านขายของที่ระลึก
พวกพุ่มว่าจะซื้อที่ติดตู้เย็นเป็นสัญญาลักเก็บไว้ว่าเรามาถึงที่นี่
เเต่ลืม แอบเสียดายมาก




คือเนื่องด้วยว่าพวกพุ่มหิวกันมาก
เลยกะว่าจะเดินข้ามฝั่งไปหาของกินก่อน
เพราะ อีกฝั่งอารมณ์ เมืองเก่า โบถส์เก่า ไม่ได้มีร้านขายของ
เดี๋ยวมาเก็บทีหลัง




เดินข้ามฝั่งมาทางเมืองเล็กๆ
วิวสวยๆ ของ 2 ฝั่ง


ติดโครมเเดงตามถนนด้วยอ่ะ
เหมือนเดินเยาวราชบ้านเราเลย



พอเดินข้ามมามีร้านร้านหนึ่งถัดจาก Hard Rock Cafe
 คนต่อคิดเยอะเเละยาวมาก
ทั้งๆที่ร้านดูธรรมดา ธรรมดา
พวกพุ่มไม่อยากลอง
เลยเดินเลยมาหน่อย
เจอร้านนี้


 
พุ่มชอบการตกเเต่งร้านของเขา
เก๋ดี
ตกเเต่งสไตล์จีน
ก็เป็นร้านคนจีนอ่ะ

 



 นั่งรออาหารก็ถ่ายรูปเล่นกันไปเลื่อยๆ
คือพุ่มไปถามหาเคสเเบบนี้มา
อยากได้มาก
เพราะเห็นลูค้าใช้เยอะเเล้วเเบบว่าดูไฮโซดี
อีกอย่างพุ่มเป็นคนชอบอะไรวิ้งๆ
เเต่มลบอก
ปัญญาอ่อน
555

 

อาหารมาทีละอย่าง
ไม่กล้ากินอยากให้มาพร้อมกันเเล้วกิน
เพราะอยากถ่ายรูปก่อน นั่งมองกันน้ำลายไหล




ที่พุ่มสั่งกันคือ
ไก่
มามาเลเซียต้องกินไก่ ยังไม่เลิกกับไก่  555
เลยสั่งไก่เเบบผสมมา
และอะไรไม่รู้อีกอย่าง
พออาหารมาเพิ่งรูปว่ามันคืออาหารใต้บ้านเรา
กุ้งผัดสตอร์นั้นเอง
มีอีกอย่างที่พุ่มมองโต๊ะอื่นที่เขากินกันก้อนกลมๆตอนเเรกก็ไม่รู้ว่าคืออะไร
อยากลองกินมาก
มารู้ทีหลังว่าเป็นข้าว
ก็เลยไม่สั่งกัน
เพราะอิ่มเเล้วเดี๋ยวกินไม่หมด
ไว้โอกาสน่าจะมาลองกิน



เดินออกมาเเบบว่าพร้อมลุยเมื่องนี้เเล้ว
เจอยายขาย มะม่วง มะกอกนี้อยู่
มลบอก เฮ้ยยย เหมือนที่สิงคโปร์ เลยอ่ะ
อร่อยเธอ 
อร่อยมาก
เลยซื้อกินกัน พอจะถ่ายรูปยายเขาก็ยื้นเเบบนี้มาให้ถ่าย 
สงสัยมีคนถ่ายรูปบ่อย 555
ราคาแอบเเพงนะ
30 กว่าบาทได้



ถามพุ่มว่าอร่อยไหม
พุ่มว่าไม่
มันอารมณ์ หวานๆน้ำซอส กับ เปรี้ยว จากมะม่วง




จากนั้นก็เดินดููรอบเมือง
มันก็ออกเเนวจีน
พุ่มว่ามันไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร
เพราะของที่เขาขาย
ถ้าเทียบกับเมืองไทย เขาขายของเชยอ่ะ
เเละก็ขายคล้ายๆกัน
ต่างกันแค่ที่ตกเเต่งเท่ากัน



เข้าไปดูร้านนี้มา
ตกเเต่งเก๋ไก๋
ขายของจากเกาหลี
ไปเจอขวดน้ำเเบบนี้
มลสั่งซื้อมา 290 บาท
ที่นี่ขาย 2 ขวด 300 บาท
เลยจัดมา ให้เเม่ด้วย



 ไม่รู็ว่ามันคืออะไรไม่ได้เดินเข้าไปดู
ร้อนมาก
 

บางทีก็มีคาเฟ่เก๋ๆ


ร้านน่ารักๆ


อากาศร้อนแบบอบมากไม่มีเเดด
เเต่ตัวเหนียว
เหงื่อออกเยอะ



ตกเเต่งสไตล์
จีน 2 ชั้น
ดูสวยเก๋


พุ่มรู้สึกว่ามันดูคล้ายๆกัน
เลยตัดสินใจกลับไปดูอีกฝั่งดีกว่า
เพราะมันไม่มีอะไรน่าสนใจ




ความน่าสนใจของเมืองนี้คือตกเเต่งสไตล์จีน
เเบบดั้งเดิม


ดูเก๋ๆ คล้ายๆกัน
แตกต่างคือสีของตัวบ้าน และของประดับ




พุ่มมีเเต่รูปนางเเบบจำเป็น
เเต่ไม่มีรูปตัวเองเป็นนางเเบบเลย
มลบอก
ก็พุ่มอ้วนถ่ายยังไงก็ไม่สวย
จบบ เลย




พุ่มชอบสไตล์การตกแต่งของเขานะ
มันมีมุมเก๋ๆตลอด


เดินย้อนกลับมาอีกฝั่ง
เป็นป้องเก่า
อยู่หย่อมหนึ่ง



มีมุมสวยๆ
จากริมเเม่น้ำ


เดินมาอีกนิสเจอกังหันน้ำโบราณ
กำลังซ่อมเเซมอยู่


สลับกันไป
กล้องใหญ่บ้าง
กล้องมือถือบ้าง



เเละเรือโจสลัด
ที่ไม่ได้ขึ้นไปข้างในพวกพุ่มเดินดูอยู่รอบๆ


ตอนเเรกพวกพุ่มตัดสินใจว่าจะนั่งรถ
3 ล้อไม่เดินละ
มันใหญ่มาก
เเต่มลจะเอาเพลงLet's it go.
เจ้าหญิงเอลซ่า
ไม่เจอสักที มีเเต่คิ๊ดตี้กับโดเรม่อน
เลยเดินมาจนถึงโบสถ์เก่าอีกฝั่ง
ไม่นั่งมันละ
555


ตอนเเรกก็ไม่มั่นใจว่าตรงนี้หรือเปล่า
เเต่เห็นคนเดินเข้าออก
พอส่องเข้าไป
นู้นอยู่บนยอดเขา
ตอนแรกเเบบว่าโอ๊ยยไม่ไหวแล้วเดินมาจะ 3 ชม



เเถมต้องเดินขึ้นบรรไดอีก
อารมณ์ตอนนั้นขาลากแล้ว
อบอ้าวมาก
มันไม่มีลมเลยอะ
แต่แดดไม่จัด แต่รู้สึกเริ่มเเสบผิว



กว่าจะเดินถึง
เจอพ่อค้าขายน้ำข้างบรรได
รู้ว่าพวกพุ่มเป็นคนไทย
ทักท้าย สวัสดีครับบ
ใหญ่เลย





มาถึงมลก็บอกถ่ายรูปให้หน่อย 



บรรยากาศภายในโบสถ์
 

ไม่รู้ว่าคือแผ่นอะไร
เเต่ขอถ่ายรูปด้วยหน่อย





มันเเปลกละดูอลังการมาก




หน้าเเบบไม่ไหวเเล้ว



มีคนแอบมาสวีทกันตรงนี้ด้วย



 วิวจากด้านบน
มองเห็นทะเลไกลๆ



ขาลงกัน ชิลมาก
เดินไปถ่ายรูปไป


ลมโกกเย็นๆ



พอลงมาก่อนกลับ
เราก็เลยเดินย้อนมาทางเข้า
ที่มีโบสถ์สวยๆ
กับป้านที่บอกว่าเมืองนี้เป็นเมือง Unesco


ตอนเเรกก็ยืนงงๆ กันอยู่แบบนึ่ง
หาคนถ่ายรูปให้


เเต่ไม่มีเลย
ตั้งเวลาถ่ายกันเอง
วิ่งไปวิ่งมา


ตอนกลับเราเดินลัดเเม่งน้ำไป
เพราะสามารถเดินไปเจอลานน้ำพุ
ที่จอดรถบัสตอนที่พุ่มมาได้


รูปคู่ก็มีเเต่เเบบว่าส่องหน้าออกมาแบบนี้
ไม่มีคนถ่ายให้


ทะเลที่เห็นไกลๆ
จากวิวด้านบนที่เห็นก่อนน่านี้
ขากลับรถบัสอ้อมไปอีกทางหนึ่ง
ใช้เวลานานกว่าเดิมหน่อย



เรารอกลับมาที่ บขส ที่เรามาจาก KL 
มีร้านบริษัทไป KL เเต่ราคาต่างกัน
เพราะมีฟังชั่นต่างกัน
ไวไฟให้ ที่ชาร์ทแบตให้บ้าง
อันนี้คือเวลาเร็วสุดเเล้วถูกสุดละที่เดินเปรียบเทียบราคาทั้งหมด
9.20 รีกิด




ไม่รู้จะไปรอไหน
ฝั่งด้านนี้ไม่มีที่งนั่งรอ
เลยเดินเล่นข้างใน
เจอร้านขายโรตี
เลยกะเข้าไปนั่งรอเวลา
เเถมมีไวไฟให้เล่นด้วย


ท่าเทียบรถบัส
ขากลับ


ทางเดินเชื่อมระหว่างรถบัสกับรถไฟ



มลกังวนมากว่าเราจะขึ้นผิดฝั่ง
เพราะสถานีนี้ไม่บอกว่า ฝั่งนี้ไปไหน
เลยต้องถามคนเเถวนี้ที่รอรถอยู่
ไม่ใช่เเค่พวกพุ่ม งง
กลุ่มคนข้างหลังมลก็ งง
ถามคนเเถวนี้เหมือนกันว่าจะไป KL Center ขึ้นฝั่งไหน
 


รอรถไฟกลับ KL Center


บรรยากาศภายในรถไฟ


คือเราจะไปเดินช็อบปิ้งกัน
พยายามจะนั่งรถไฟสายสีเขียน
จาก KL Center
เเต่ว่าเราเข้าผิดเลยต้องไปต่อรถไฟอีก 3 รอบ
เยอะมาก
เเต่ไม่ไกล
เเต่ต้องเดินขึ้นลงต่อ


อารมณ์เหนื่อยมาก
เวลา ณ ตอนนั้น น่าจะ 2 ทุ่มจะ 3 เเล้ว
คืออกจากโรงเเรมตั้งเเต่ 8 โมงเช้า
คือทั้งวันเเล้ว
เริ่มหงุดหงิดเละเหวี่ยงมล



เเละเราก็มาถึงย้านนี้
มลบอกเราอยู่ย้านนี้จะไม่รู้สึกแปลกแยก
เพราะพุ่มกับมลใส่ขาสั้นตลอด
ลืมไปว่าเมืองมุสลิม
คนมองเเปลกๆ
555


พุ่มกับมลตามล่าน้ำหอมให้พ่อเเต่ไม่ได้
ของน่าซื้อเยอะเเยะ
เเละราคาถูกกว่าที่ไทยด้วย
เดินจนเหนื่อยไม่ไหว
กลับบๆ
ดึกแล้วกลัวจะไม่มีรถไฟกลับด้วย




รถไฟแต่ละสายเเต่ละสี
มีการเเบ่งเกรด
ด้วยนะ
เพราะราคาไม่เท่ากัน


พวกพุ่มหิวกันมาก
พุ่มตั้งใจจะมากินร้านนี้
เพราะเมื่อวานที่เดินผ่านจะไปไซน่าทาวด์
เห็นคนต่อคิวเยอะมาก
จนล้นถนน
ทั้งนักท่องเที่ยว ฝรั่ง เอเซีย
บอกมลต้องมากินให้ได้
ตอนเเรกก็กังวนว่าปิดเเล้ว
เพราะดึกแล้วจะ 5 ทุ่มได้
มลเ ลยบอกว่าถ้าปิดจะไปกินมาม่า 7-11 ละนะ
เพราะร้านเเถวนั้นก็ปิดหมดเลย


โชคดีที่ไม่ปิดเลยได้หม่ำ
ความรู้สึกมันก็เหมือนที่กินที่ บขส
รสชาติธรรมดา

จบทริปวันที่ 2 
ที่เหนื่อยมากๆๆๆ
กับเมืองเก่าสวยๆ