Day 2
วันที่ 2 นี้เป็นวันที่เราจัดหนักมาก
มลบอกต้องเดินทางไป Malaka ซึ่งเป็นเมือง มรดกโลก " Unesco"
มลบอกว่าปกติเเล้วคนที่ไปที่นั้นจะพักค้างคืน
เเต่พวกพุ่มไปกลับ
เพราะจองโรงเเรมที่นี่ไว้ 2 คืน
เราเลยตื่นกันเเต่เช้า
ยังไม่มีใครในห้องตื่นเลย
อาบน้ำพร้อมเดินทาง
แต่ก่อนออก
ทานอาหารเช้าเเบบง่ายๆกันก่อน
เพราะกลัวจะหิวมาก
เพราะพุ่มเป็นคนที่ตื่นสักพักแล้วจะหิวมาก
เป็นคอนเฟลกกับนม
เเละผลไม้ ส้มคนละลูก
ความพิเศษของที่นี่
คือทานเเล้วต้องล้างจานเอง
สมชื่อกับ Back Home เปรียบเสมือนอยู่บ้านเลยใช่ไหม .... ^^
พุ่มก็เเบบว่า
มลล้างจานให้หน่อยซิ
เขาไม่สบาย
อ้อนน้องนิสๆๆ 555
เเวบบมาถ่ายรูปหน้าโรงเเรมเเพ๊บบ
มันเท่ดี
ไม่รู้ว่ามันคือป้ายอะไร
เเต่มันอาร์ทดี
อยู่หน้าโรงเเรม
พุ่มกับมลนั่งรถไฟมาที่ KL Center เพื่อต่อไปอีกสายหนึ่ง
ที่นี่มีรถสายหลายสายมาก
ค่าตั๋ว 2 รีกิดไปสถานีที่พุ่มจะไปต่อรถบัสกัน
รถไฟสายนี้
ต้องเดินลงมาใต้ดิน
เเต่ไม่ใช่รถไฟใต้ดิน
อารมณ์เหมือนรถไฟหวานเย็นบ้านเรา
เเต่ข้างในเหมือน BTS บ้านเรา
คนละเกรดกันเลย
ดูดีกว่าเยอะ
เเถมมีแอร์ด้วย
เเต่เหมือนรถไฟรางมากกว่า
ทางเดินลงรถไฟ เป็นทางเชื่อมไปยังรถทัวร์
ระหว่างเดินมาสถานีรถบัส
เเอบโดนป้ายอะไรไม่รู้ไม่กล้าเช็ด
ต่อคิวซื้ออตั๋วเเบบงงๆ
เช่นกัน
เเต่อ่านป้ายเอาว่าที่ไหนไป Malaka
ก็เข้าไปซื้อเลย
เจอคนไทยหลายคนนะ
ที่นี่
จัดการซื้อตั๋ว
ราคา 10 รีกิด
ลูกอมมิ้นช่วยชีวิต
เพราะพุ่มไอตลอดทั้งคืนเหมือนแบบอารมณ์คันคอ
เลยต้องหาตัวช่วย
บรรยากาศ
ทางเดินไปขึ้นรถบัส
ชอบชอบ
เป็นประตูเลื่อนเปิดปิด
จริงๆอยากถ่ายเป็นวีดีโอในวีเเชท
เเต่ลืมไป
ว่าไม่มีเนต
555
เเว่นที่เลนส์หลุดที่พุ่มบอก
ตอนวิ่งข้ามถนน
คือเป็นเเว่นที่รักมาก
ทำพราด้าหายไปอันเเล้ว
ถ้าอีกนี้พังอีก
จะร้องให้หนักมาก
พุ่มก็นั่งทำอยู่พักนึ่ง
ใส่เลนส์กลับไปได้ด้วย ดีใจมาก
พุ่มคิดว่าทริปนี้จะไม่สนุกนะ
เพราะพุ่มป็นคนเเพ้เเสงถ้าไม่มีเเว่นนี่เเย่เลย
เรียบร้อยกับเเว่น
ถ่ายรูปได้
ยิ้มหน้าบาน
มาถึงสถานีที่ Malaka วิ่งเข้าห้องน้ำก่อนเลย
สิ่งที่พุ่มไม่ชอบคือห้องน้ำ
ถ้าเป็นโถเเบบนี้
คือมันไม่มีต่างระดับเหมือนบ้านเรา
น้ำนองตรงโถดูกว้างๆโหลงเหลงใหญ่ๆ
รองเท้าที่ใส่เเบบไม่มีส้นน้ำเข้ารองเท้าตลอดเลย
พอไปถึง Malaka
ก็เดินถามทางไปเมืองที่เราจะไป
อารมณ์เหมือนหมอชิดบ้านเรา
สถานีใหญ่
เเบ่งเป็นสัดส่วน
ข้างในติดเเอร์
นั่งรถมาสักพัก 30 - 40 นาทีได้
ก็เริ่มเข้าเมืองเห็นตึกข้างทางสีแดงอิฐ
มลบอกถึงละใช่ที่แหละ
ลงรถบัสมา
เจอนี่เลย
แอบตกใจนิสหน่อย
คือมันไม่เข้ากับสถานที่นะ
เเต่มันก็ดูเป็นเอกลักษณ์ดี
เเถมเปิดเสียงเพลงดังมากก
คนขึ้นมีอายอะพุ่มว่า
ตรงที่รถจอดเป็นจุดศูนย์กลางมีลานน้ำพุ
พอดี
ก่อนจะเดินไปไหนมีเเต่นักท่องเที่ยวเเวะถ่ายรูปกันเป็นจุดเเรก
และโบสถ์ ที่อยู่ตรงข้ามน้ำพุ
ข้างๆกก็มีร้านขายของที่ระลึก
พวกพุ่มว่าจะซื้อที่ติดตู้เย็นเป็นสัญญาลักเก็บไว้ว่าเรามาถึงที่นี่
เเต่ลืม แอบเสียดายมาก
คือเนื่องด้วยว่าพวกพุ่มหิวกันมาก
เลยกะว่าจะเดินข้ามฝั่งไปหาของกินก่อน
เพราะ อีกฝั่งอารมณ์ เมืองเก่า โบถส์เก่า ไม่ได้มีร้านขายของ
เดี๋ยวมาเก็บทีหลัง
เดินข้ามฝั่งมาทางเมืองเล็กๆ
วิวสวยๆ ของ 2 ฝั่ง
ติดโครมเเดงตามถนนด้วยอ่ะ
เหมือนเดินเยาวราชบ้านเราเลย
พอเดินข้ามมามีร้านร้านหนึ่งถัดจาก Hard Rock Cafe
คนต่อคิดเยอะเเละยาวมาก
ทั้งๆที่ร้านดูธรรมดา ธรรมดา
พวกพุ่มไม่อยากลอง
เลยเดินเลยมาหน่อย
เจอร้านนี้
พุ่มชอบการตกเเต่งร้านของเขา
เก๋ดี
ตกเเต่งสไตล์จีน
ก็เป็นร้านคนจีนอ่ะ
นั่งรออาหารก็ถ่ายรูปเล่นกันไปเลื่อยๆ
คือพุ่มไปถามหาเคสเเบบนี้มา
อยากได้มาก
เพราะเห็นลูค้าใช้เยอะเเล้วเเบบว่าดูไฮโซดี
อีกอย่างพุ่มเป็นคนชอบอะไรวิ้งๆ
เเต่มลบอก
ปัญญาอ่อน
555
อาหารมาทีละอย่าง
ไม่กล้ากินอยากให้มาพร้อมกันเเล้วกิน
เพราะอยากถ่ายรูปก่อน นั่งมองกันน้ำลายไหล
ที่พุ่มสั่งกันคือ
ไก่
มามาเลเซียต้องกินไก่ ยังไม่เลิกกับไก่ 555
เลยสั่งไก่เเบบผสมมา
และอะไรไม่รู้อีกอย่าง
พออาหารมาเพิ่งรูปว่ามันคืออาหารใต้บ้านเรา
กุ้งผัดสตอร์นั้นเอง
มีอีกอย่างที่พุ่มมองโต๊ะอื่นที่เขากินกันก้อนกลมๆตอนเเรกก็ไม่รู้ว่าคืออะไร
อยากลองกินมาก
มารู้ทีหลังว่าเป็นข้าว
ก็เลยไม่สั่งกัน
เพราะอิ่มเเล้วเดี๋ยวกินไม่หมด
ไว้โอกาสน่าจะมาลองกิน
เดินออกมาเเบบว่าพร้อมลุยเมื่องนี้เเล้ว
เจอยายขาย มะม่วง มะกอกนี้อยู่
มลบอก เฮ้ยยย เหมือนที่สิงคโปร์ เลยอ่ะ
อร่อยเธอ
อร่อยมาก
เลยซื้อกินกัน พอจะถ่ายรูปยายเขาก็ยื้นเเบบนี้มาให้ถ่าย
สงสัยมีคนถ่ายรูปบ่อย 555
ราคาแอบเเพงนะ
30 กว่าบาทได้
ถามพุ่มว่าอร่อยไหม
พุ่มว่าไม่
มันอารมณ์ หวานๆน้ำซอส กับ เปรี้ยว จากมะม่วง
จากนั้นก็เดินดููรอบเมือง
มันก็ออกเเนวจีน
พุ่มว่ามันไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร
เพราะของที่เขาขาย
ถ้าเทียบกับเมืองไทย เขาขายของเชยอ่ะ
เเละก็ขายคล้ายๆกัน
ต่างกันแค่ที่ตกเเต่งเท่ากัน
เข้าไปดูร้านนี้มา
ตกเเต่งเก๋ไก๋
ขายของจากเกาหลี
ไปเจอขวดน้ำเเบบนี้
มลสั่งซื้อมา 290 บาท
ที่นี่ขาย 2 ขวด 300 บาท
เลยจัดมา ให้เเม่ด้วย
ไม่รู็ว่ามันคืออะไรไม่ได้เดินเข้าไปดู
ร้อนมาก
บางทีก็มีคาเฟ่เก๋ๆ
ร้านน่ารักๆ
อากาศร้อนแบบอบมากไม่มีเเดด
เเต่ตัวเหนียว
เหงื่อออกเยอะ
ตกเเต่งสไตล์
จีน 2 ชั้น
ดูสวยเก๋
พุ่มรู้สึกว่ามันดูคล้ายๆกัน
เลยตัดสินใจกลับไปดูอีกฝั่งดีกว่า
เพราะมันไม่มีอะไรน่าสนใจ
ความน่าสนใจของเมืองนี้คือตกเเต่งสไตล์จีน
เเบบดั้งเดิม
ดูเก๋ๆ คล้ายๆกัน
แตกต่างคือสีของตัวบ้าน และของประดับ
พุ่มมีเเต่รูปนางเเบบจำเป็น
เเต่ไม่มีรูปตัวเองเป็นนางเเบบเลย
มลบอก
ก็พุ่มอ้วนถ่ายยังไงก็ไม่สวย
จบบ เลย
พุ่มชอบสไตล์การตกแต่งของเขานะ
มันมีมุมเก๋ๆตลอด
เดินย้อนกลับมาอีกฝั่ง
เป็นป้องเก่า
อยู่หย่อมหนึ่ง
มีมุมสวยๆ
จากริมเเม่น้ำ
เดินมาอีกนิสเจอกังหันน้ำโบราณ
กำลังซ่อมเเซมอยู่
สลับกันไป
กล้องใหญ่บ้าง
กล้องมือถือบ้าง
เเละเรือโจสลัด
ที่ไม่ได้ขึ้นไปข้างในพวกพุ่มเดินดูอยู่รอบๆ
ตอนเเรกพวกพุ่มตัดสินใจว่าจะนั่งรถ
3 ล้อไม่เดินละ
มันใหญ่มาก
เเต่มลจะเอาเพลงLet's it go.
เจ้าหญิงเอลซ่า
ไม่เจอสักที มีเเต่คิ๊ดตี้กับโดเรม่อน
เลยเดินมาจนถึงโบสถ์เก่าอีกฝั่ง
ไม่นั่งมันละ
555
ตอนเเรกก็ไม่มั่นใจว่าตรงนี้หรือเปล่า
เเต่เห็นคนเดินเข้าออก
พอส่องเข้าไป
นู้นอยู่บนยอดเขา
ตอนแรกเเบบว่าโอ๊ยยไม่ไหวแล้วเดินมาจะ 3 ชม
เเถมต้องเดินขึ้นบรรไดอีก
อารมณ์ตอนนั้นขาลากแล้ว
อบอ้าวมาก
มันไม่มีลมเลยอะ
แต่แดดไม่จัด แต่รู้สึกเริ่มเเสบผิว
กว่าจะเดินถึง
เจอพ่อค้าขายน้ำข้างบรรได
รู้ว่าพวกพุ่มเป็นคนไทย
ทักท้าย สวัสดีครับบ
ใหญ่เลย
มาถึงมลก็บอกถ่ายรูปให้หน่อย
บรรยากาศภายในโบสถ์
ไม่รู้ว่าคือแผ่นอะไร
เเต่ขอถ่ายรูปด้วยหน่อย
มันเเปลกละดูอลังการมาก
หน้าเเบบไม่ไหวเเล้ว
มีคนแอบมาสวีทกันตรงนี้ด้วย
วิวจากด้านบน
มองเห็นทะเลไกลๆ
ขาลงกัน ชิลมาก
เดินไปถ่ายรูปไป
ลมโกกเย็นๆ
พอลงมาก่อนกลับ
เราก็เลยเดินย้อนมาทางเข้า
ที่มีโบสถ์สวยๆ
กับป้านที่บอกว่าเมืองนี้เป็นเมือง Unesco
ตอนเเรกก็ยืนงงๆ กันอยู่แบบนึ่ง
หาคนถ่ายรูปให้
เเต่ไม่มีเลย
ตั้งเวลาถ่ายกันเอง
วิ่งไปวิ่งมา
ตอนกลับเราเดินลัดเเม่งน้ำไป
เพราะสามารถเดินไปเจอลานน้ำพุ
ที่จอดรถบัสตอนที่พุ่มมาได้
รูปคู่ก็มีเเต่เเบบว่าส่องหน้าออกมาแบบนี้
ไม่มีคนถ่ายให้
ทะเลที่เห็นไกลๆ
จากวิวด้านบนที่เห็นก่อนน่านี้
ขากลับรถบัสอ้อมไปอีกทางหนึ่ง
ใช้เวลานานกว่าเดิมหน่อย
เรารอกลับมาที่ บขส ที่เรามาจาก KL
มีร้านบริษัทไป KL เเต่ราคาต่างกัน
เพราะมีฟังชั่นต่างกัน
ไวไฟให้ ที่ชาร์ทแบตให้บ้าง
อันนี้คือเวลาเร็วสุดเเล้วถูกสุดละที่เดินเปรียบเทียบราคาทั้งหมด
9.20 รีกิด
ไม่รู้จะไปรอไหน
ฝั่งด้านนี้ไม่มีที่งนั่งรอ
เลยเดินเล่นข้างใน
เจอร้านขายโรตี
เลยกะเข้าไปนั่งรอเวลา
เเถมมีไวไฟให้เล่นด้วย
ท่าเทียบรถบัส
ขากลับ
ทางเดินเชื่อมระหว่างรถบัสกับรถไฟ
มลกังวนมากว่าเราจะขึ้นผิดฝั่ง
เพราะสถานีนี้ไม่บอกว่า ฝั่งนี้ไปไหน
เลยต้องถามคนเเถวนี้ที่รอรถอยู่
ไม่ใช่เเค่พวกพุ่ม งง
กลุ่มคนข้างหลังมลก็ งง
ถามคนเเถวนี้เหมือนกันว่าจะไป KL Center ขึ้นฝั่งไหน
รอรถไฟกลับ KL Center
บรรยากาศภายในรถไฟ
คือเราจะไปเดินช็อบปิ้งกัน
พยายามจะนั่งรถไฟสายสีเขียน
จาก KL Center
เเต่ว่าเราเข้าผิดเลยต้องไปต่อรถไฟอีก 3 รอบ
เยอะมาก
เเต่ไม่ไกล
เเต่ต้องเดินขึ้นลงต่อ
อารมณ์เหนื่อยมาก
เวลา ณ ตอนนั้น น่าจะ 2 ทุ่มจะ 3 เเล้ว
คืออกจากโรงเเรมตั้งเเต่ 8 โมงเช้า
คือทั้งวันเเล้ว
เริ่มหงุดหงิดเละเหวี่ยงมล
เเละเราก็มาถึงย้านนี้
มลบอกเราอยู่ย้านนี้จะไม่รู้สึกแปลกแยก
เพราะพุ่มกับมลใส่ขาสั้นตลอด
ลืมไปว่าเมืองมุสลิม
คนมองเเปลกๆ
555
พุ่มกับมลตามล่าน้ำหอมให้พ่อเเต่ไม่ได้
ของน่าซื้อเยอะเเยะ
เเละราคาถูกกว่าที่ไทยด้วย
เดินจนเหนื่อยไม่ไหว
กลับบๆ
ดึกแล้วกลัวจะไม่มีรถไฟกลับด้วย
รถไฟแต่ละสายเเต่ละสี
มีการเเบ่งเกรด
ด้วยนะ
เพราะราคาไม่เท่ากัน
พวกพุ่มหิวกันมาก
พุ่มตั้งใจจะมากินร้านนี้
เพราะเมื่อวานที่เดินผ่านจะไปไซน่าทาวด์
เห็นคนต่อคิวเยอะมาก
จนล้นถนน
ทั้งนักท่องเที่ยว ฝรั่ง เอเซีย
บอกมลต้องมากินให้ได้
ตอนเเรกก็กังวนว่าปิดเเล้ว
เพราะดึกแล้วจะ 5 ทุ่มได้
มลเ ลยบอกว่าถ้าปิดจะไปกินมาม่า 7-11 ละนะ
เพราะร้านเเถวนั้นก็ปิดหมดเลย
โชคดีที่ไม่ปิดเลยได้หม่ำ
ความรู้สึกมันก็เหมือนที่กินที่ บขส
รสชาติธรรมดา
จบทริปวันที่ 2
ที่เหนื่อยมากๆๆๆ
กับเมืองเก่าสวยๆ














ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น