วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559

Backpack to Malaysia "Kualalumpru - Malaka 19 - 21 Feb 2016 " Past 1 "

สวัสดีจ๊ะ
My Diary
ห่างหายไปเกือบ 1 ปีได้
พยายามจะอัพบ่อยๆ แต่ก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน
จะหิ้วคอมไปไหนมาไหนด้วยก็คงไม่ได้
เพราะที่หิ้วอยู่ทุกวันนี้ก็หนักมากพอเเล้ว
5555
นี่ก็กฤษ์งามยามดีได้เวลาอัพอีกครั้ง
เพราะกลับมาบ้าน
เริ่มด้วยทริปเที่ยว มาเลเซีย
เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา
ทริปนี้ก็ไปเเบบกระทันหันอีกเช่นกัน
เพราะมลจองตั๋วมาแอร์เอเซียไว้เกือบปีได้
ในราคาไปกลับ 1,000 บาท
ตอนแรกก็ไม่คิดจะไปหรอก 
มลพยายามพูดอย่างนั้นอย่างนี่จนพุ่มบอกไปด้วยก็ได้
เพราะรอบนี้นางจะฉายเดี่ยว
พุ่มก็เลยจัดการซื้ตั๋วก่อนเดินทางไม่กี่วัน ราคาประมาณ 2,700 บาทไปกลับ
โชคดีที่ได้รอบเดินทางเดียวกัน
ส่วนทางด้านโรงเเรมพ่อเป็นคนจองให้
เป็นโรงเเรมใน KL เลย
ชื่อ BACK HOME HOTEL


ขอบอกก่อนว่าหน้านี้ยาวมาก
รูปเยอะมากเช่นเคย
ลงเฟสเยอะๆไม่ได้เลยเอามาอัพเป็นไดอารี่ส่วนตัวดีกว่า





เนื่องด้วยพุ่มต้องทำงานไม่ได้กลับบ้านเลย
เลยให้มลเป็นคนเตรียมเอกสารทั้งหมด
ทั้งพาสปอตด้วย
เจอกันที่สนามบินเลยทีเดียว




เนื่องด้วยพุ่มเคยตกเครื่องตอนจะไปกระบี่กับกิ๊ก
มันเลยกังวนมากว่าพุ่มจะช้ำลอย
เพราะพุ่มมาจากบางนา



สรุปพุ่มมานั่งรอ เกือบ ชม. ได้กว่าจะมา
เเละมลก็หาพุ่มไม่เจอ ทั้งที่บอกว่าอยู่ตรงไหน
ถ่ายรูปให้ด้วย รอบ 4 ด้านเลยนะ
มลก็ยังไปหาพุ่มอีกที่และมันจะเจอกันไหม .....




มาถึงก็ทำการเเลกเงินเป็น รีกิด





พุ่มเเลกไป 6,000 บาท มล 5,000 บาท
เพราะคิดๆๆเเล้วว่าน่าจะพอ




นางมี ผู้ชายมาส่ง




เนื่องด้วยมากันนานเเล้ว
เลยหิวยังไม่ได้กินอะไร
เลยจัดอะไรกินง่ายๆ
หิ้วไปนั่งกินรอที่เกท



คนรอค้อนข้างเยอะ
ทั้งไทย ทั้งต่างชาติ



จะบอกว่าเเทบจะถ่ายทุกกิริยาบทเลยก็ว่าได้
เพราะว่ามีลูกค้าพุ่มบอกให้ถ่ายรูปมารีวิวให้ดูหน่อย
บางทีนางอาจจะไปเที่ยวในอนาคต
ขาไปเครื่องบินดีเลย์ ประมาณ 20 นาทีได้




ถึงมาเลเซีย
ค่อนข้างเดินไกลเเละของก็ยังหนักมาก




อยากจะบอกว่า ก่อนมามาเลเซียพุ่มอยากได้รูปสวยๆ
พริ้วๆ
เลยไปติดขนตามมากที่ตลาดนัดรถไฟ
เพราะมี พี่สาวคนหนึ่ง ในเฟสบุ๊คที่พุ่มตาม
นางชอบติดขนตา
เลยตัดสินใจไปติดบ้าง
อยากจะบอกว่าพอติดมาเเล้วอยากจะเอาออกมากด้วยเช่นกัน
เพราะพี่ที่ร้านติดเเบบเเข็งให้
เเละไม่สวยเลย




มาถึงเเวะดูของก่อนเลย
มลบอกว่าเป็นแบรนของมาเลเซียเอง
และที่มาเลก็ขายถูกกว่าที่ไทย
พุ่มไม่ค่อยได้สนใจเรื่องนี้อ่ะ
เลยเเวะๆดู
ต้องหักห้ามใจตัวเองว่า
เดี๋ยวค่อยช็อบทีหลังนะ
5555


มลเตรียมพร้อมหาข้อมูลมาอย่่างดี
เเต่ก็เดินหาว่ามันอยู่ตรงไหน
เดินไปถามทางไป
แทบตลอดทางเลย
5555
พวกพุ่มไม่นั่งรถไฟไป KLเราจะนั่งรถทัวร์
เพราะมลบอกว่าถูกว่า
จำไม่ได้เเล้วเเล้วว่ากี่รีกิด
น่าจะ 2-3 นี่เเหละ
หลายวันเเล้วลืม 555
แต่จำได้ว่าถูกว่ารถไฟมาก




ขึ้นไปบนรถก็มีคนไทยนะ
เพราะเขาคุยกันเสียงดังป็นภาษาไทย
ต่างชาติก็มี
แต่เยอะสุดจะเป็นคนในพื้นที่ของเขาเอง




เราลงสุดป้าย
เเล้วจะต่อรถไฟฟ้าสายสีชมพู
ไปสถานี Masjid Jamed
มลมีปริ้นสายรถไฟมาด้วย
คิดดูว่าเตรียมพร้อมขนาดไหน
เเต่ดูไม่รู้เรื่องต้องถามทางอยู่ดี
555



เพราะมันรถไฟหลายสายมากกก
งง
มีขึ้นผิดฝั่งกันด้วย



อย่างน้อยก็ไม่ใช้พวกพุ่ม 2 คน ที่งง
มีนักท่องเที่ยวก็ งง เหมือนกัน
ใช้ปากดี ที่สุด ถ้าไม่เเน่ใจ
นั้นคือ ถามทาง ใครก็ถามไปเถอะ



ขึ้นรถไฟ ก็เจอกลุ่มคนไทยในรถอีก
เเต่ไม่ได้คุยกันนะ
เขามากันวัยรุ่นกลุ่มใหญ่
ค่อนข้างเสียงดัง
เอ๊ะ พอพิมพ์มาถึงขั้นนี้แล้วหรือว่าคนไทย
ชอบเสียงดัง ....???




พอถึงสถานีเเล้ว Masjid Jamed 
แอบเดินงงๆ อยู่เเพ็บนึ่ง
ถามทางคนเเถวนั้น ประมาณ 3 รอบ เพื่อหา โรงเเรม
 สรุปมันเเค่ ถัดไป 2 ซอยเอง เดินไม่ถึง 5 นาที เเค่ 3 - 4 นาทีเอง



พวกพุ่มทำการเซคอิน
เข้าไปโรงเเรม
จะบอกว่าแทบฟัง รีเซพชั่นไม่ออก
คือต้องตั้งใจฟังมาก
เพราะสำเนียงภาษาอังกฤษ ฟังยากมาก
ที่นี่น่ารักนอกจากจะสไตส์การตกแต่งเเล้ว
ยังมีมุมน่ารัก ของบานประตูห้องพัก
ที่เขียนชื่อของลูกค้า
จะรู้เลยว่าห้องนี่พักกี่คน ชื่ออะไรบ้าง




ห้องที่พุ่มจองกันเป็นคนรวม
ชาย - หญิง
พ่อเป็นคนจองให้
บอกว่าจะได้รู้จักเพื่อนใหม่

ห้องพุ่มก็พักกัน 6 คนเตียง 2 ชั้น




ข้างในห้องมีกระจกกับอ่างล้างหน้าให้
พุ่มเห็น คนอื่นเขาก็แปงฟันกันในห้องเลย
เเบบว่าก่อนนอนกับอาหารเช้า
พุ่มทำทุกอย่างให้เสร็จในห้องน้ำทีเดียวเลยอ่ะ




ลูกค้าที่พุ่มเห็น
ส่วนใหญ่มีเเต่ต่างชาติ
แบบว่าฝรั่งอะ
ไม่มีเอเซียเลย
อาจจะบอกว่ามี พุ่มกับ มล เเค่ 2 คนก็ได้อ่ะ




โรงเเรมเป็น 2 ชั้นเล็กๆ แต่ไม่เเน่ใจว่า มีกี่ห้อง
เพราะเท่าที่รู้
มีห้องเดี่ยวด้วย 
ห้องรวม ชายหญิง  หรือเเยกชาย หญิงด้วย




เรียบๆง่ายๆ
เเต่ดูอบอุ่น




ดูโล่งๆ แต่มีลูกเล่น
ธรรมชาติเข้ามาตกแต่ง
ไม่ดูเเข็งๆมากเกินไป




ตรงนี้เป็นลานนั่งเล่น
เเละตอนเช้าจะมีอาหารเช้าคอยให้บริการตรงนี้ด้วย




ก่อนออกเรามีรองกล้องก่อน
เพราะมีปัญหานิสหน่อย



เราอยู่ที่มาเลเซียเราไม่ซื้อซิมเลย
เพราะเราใช้ไวไฟ ของโรงเเรม
กะว่าเราจะเที่ยวให้เต็มที่
ไม่สนใจโซเซียวให้มากนัก



อีกฝั่ง ถัดไปหนึ่งห้อง ของโรงเเรม
ทำเป็นคาเฟ่ เล็กๆๆเจ้าของเดียวกัน
เดินทะลุกันได้



 อีกฝั่งประตูของโรงเเรม ทางเข้า




พุ่มกับมล
ตัดสินใจออกเดินดูเมือง KL กัน เพราะ เพิ่งจะบ่ายๆ
เเละ KL ก็เป็นเมืองเล็กๆไม่ใหญ่มาก



ในความรู้สึกว่าบ้านเมืองเขาน่าอยู่นะ
เเต่คนออกน่ากลัว
เพราะออกเเนวอินเดียๆๆ หน่อย



แต่อากาศร้อนมาก อบมาก
เดินไปหน้าเยิ้มเลยทีเดียว



เป้าหมายของพวกพุ่มคือเดินไปดูรอบๆ 
และถ่ายรูปตรงจัสตุรัส
ที่เคยเป็นเมืองขึ้น




หน้าเยิ้มมาก



แบบว่าดููสวยอลังมาก




มีวัยรุ่นชาย หญิงเดินผ่านพวกพุ่ม
ถามว่าเป็นคนไทยใช่ไหม
เเละทักทายเป็นภาษาไทย สั้นๆ
เเละบอกจะถ่ายรูปให้



วิวสวยๆ




มลบอกเป็นเสาร์ธงที่สูงที่สุด ในประเทศ หรือในโลก ไม่เเน่ใจลืมละ
555


มลค้อนข้างทำการบ้านมาดี
พุ่มไม่ได้ดูข้อมูลอะไรเลย
เพราะวุ่นๆกับการทำงาน




ที่นั่งนี่ไม่ใช่เหนือย
เเต่วิ่งข้ามถนน
เเล้วทำเเว่นหล่น
เลนส์หลุด
ตอนเเรกแอบเศร้ามากก



จากนั้นเราก็เดินต่อจะไปหาอะไรกินที่ ไซน่าทาวด์
เห็นโครมเเดงๆ ก็นึกว่าไปทางนั้น
เลยไปไกลมาก
เเต่ว่าอารมณ์เหมือนโบ้เบ้บ้านเราเลยอ่ะ



 เดินไป
ถามทางไปตลอดเวลา
ตำรวจหรือเปล่าไม่รู้
อยู่ตรงศุนย์บริการท่องเที่ยว
เท่ดีอ่ะ ชอบ




คือเดินมานาน
เห็นเขาขายน้ำสีๆกันเเบบนี้เยอะเเยะ
เลยตัดสินใจจะซื้อ
เเต่ไม่ได้ซื้อร้านนี้
เพราะพอจะซื้อเขาเปลี่ยนแก๊สหรืออะไรอยุ่พอดีเลยเดินไปเลื่อยๆ




มลบอกว่า
ฝั่งทางนี้น่าจะเป็นฝั่งของมาเลแขกๆ
ตลาด + พลาซ่า
ที่เราเดินผ่าน



ขายของคล้ายเมืองไทยบ้านเรานะ
ส่วนราคาก็พอๆกัน



สรุปเราก็ได้กินเเล้ว



สีเเดงน้ำเเตงโม สีเหลือง น้ำข้าวโพด
สำหรับพุ่ม พุ่มว่ามันหวานไปหน่อย



สรุปไซน่าทาวด์ที่พวกพุ่มจะไป
คืออยู่อีกฝั่งหนึ่งของโรงเเรม
เลยต้องเดินย้อนกลับไปอีกข้างข้างไกล




เดินๆไปก็ งงๆ ว่าตรงนี้ใช่ไหม
เเต่มันก็ใช่แหละ
555




มลบอกว่ามา มาเลเซียต้องกินข้าวมันไก่
ขึ้นชื่อที่นี่
ในรูปเราก็เห็นคล้ายๆข้าวมันไก่นะ




เเต่ไม่มีเมนูข้าว
เเอบเซง
เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว
เส้นแปลกๆ
รสชาติแปลก
อร่อยเเบบแปลกๆด้วยเช่นกัน



พุ่มบอกไม่เอาละไม่ไหวละ
ไม่เดินละ
กลับ โรงเเรม
จะไปนอนพัก
เดินเยอะมากก
เหนื่อย




นอนหลับตื่นมาอีกทีทุ่มนิสๆ
เลยได้เวลาออกไปเดินอีกรอบเราจะไปดูตึกปีโตนัสกัน




เราต้องนั่งรถไฟ 2 ต่อ


ต่อเเรกต้องกลับไปที่ KL Center เเล้วต่ออีกสาย



เราขึ้นมาจากสถานีรถไฟเจอเรา
Old town white coffee













มลบอกต้องกิน
มามาเลเซียต้องกินร้านนี้
พุ่มเห็นมลบ่นจะกินตั้งเเต่อยู่สนามบิน
เลยบอกอะเคอะเค
กินก็ได้




เเต่เรามาเริ่มจะดึกเเล้ว
ทำให้เราตัวเลือกในการสั่งน้อย
สั่งอะไรก็หมด อะไรก็หมด




เเต่พุ่มก็มาคิดทีหลังนะว่าทำไมไม่สั่งกินกับกาแฟ
เพราะช่วงนั้นพุ่มไม่สบาย
มีไข้
เลยกินชาร้อนๆเเทน
อาหารก็ออกแนวอาหารอินเดีย
รสชาติดีทีเดียวส่วนราคาก็ ทั้งหมดเกือบ 200 เงินไทยนะ
พุ่มว่ามันไม่แพงนะ อะเคอยู่




กว่าจะได้กิน
นั่งถ่ายรูปกันอยู่ 2 คน ทั้งกล้องทั้งมือถือ
ถ่ายมันเข้าไป




คู่หูของเรา 2 คน
ซื้อพร้อมกันร้านเดียวกัน
อยู่ด้วยกันมาหลายปีละ
ก็อยู่ด้วยกันไปอีกนานๆเลยนะ
555
ยังไม่มีตังซื้อใหม่



เสร็จเเล้วเราก็เดินออกมาเจอตึกปีโตนัส
อยู่ฝั่งตรงข้าม




เเต่เสียดาย
ถ้าจะถ่ายตัวเองมัย้อนเเสง
มันไม่สวยอะ




ตึกนี้ตึกอะไรไม่รู้เเต่อยู่อีกฝั่งของตึกปีโตนัส




เเสงสวยดี



มีฝรั่งอยากเข้ากล้องด้วย
555



เรายืน งงๆ อยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง
หาคนถ่ายรูปด้
ได้มานี่ชัดสุดละ
5555




หลังจากนั้น
เราก็กลับมานอน
เพราะวันรุ่งขึ้นเรามีทริปยาวไปอีกเมือง
เเละก่อนรถไฟจะหมดด้วย




ปกติเดินออกมาตรงนี่จะมีลูกค้านั่งอยู่ตลอด
ตอนแรกว่าจะชวนมลนั่งเล่น
เล่นเนตชิลๆก่อนนอน




กลางวันหน้าต่างตรงนี้จะเปิด
เป็นที่นั่งชิลเเละนั่งกินอาหารเช้า




มีเคาร์เตอบาร์เล็กๆให้เล่น อินเตอร์เนต
 ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องดูหนัง
เเต่พวกพุ่มไม่ได้เข้าไปใช้บริการ
เพราะไม่มีเวลา
เหนื่อยเเล้ว




เปลี่ยนที่นอนกับมล
ตอนเเรกพุ่มนอนข้างบนชั้น 2 เเต่เเอร์ลงพุ่ม
พุ่มเลยให้มลไปนอนชั้น 2 แทน
จบทริปวันเเรกที่เเสนวุ่นวาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น